post

“คลอปป์” มีลุ้นพาทัพ “หงส์แดง” ทำ 2 ประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับทีม

Football-304

“เยอร์เกน คลอปป์” กุนซือเมืองเบียร์ของทีม “หงส์แดง” ยอดทีมจากอังกฤษ มีแววที่จะนำสโมสรต้นสังกัดสร้างอีก 2 ประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ

เป็นที่รู้กันอยู้แล้วว่า สถานการณ์ปัจจุบัน ยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ นำโด่งจ่าฝูง มี 79 คะแนนจากจำนวน 27 นัด ขณะที่ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด อยู่อันดับที่ 19 มีแค่ 24 แต้มจากจำนวนนัดที่แข่งเท่ากัน

โดยมีสถิติระบุว่า ทีมของ เยอร์เกน คลอปป์ ขอแค่มีแต้มไม่ว่าจะชนะหรือเสมอ พวกเขาก็สร้างอีก 1 ประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นทีมแรกที่เก็บได้ 80 คะแนนเร็วที่สุด

และการเป็นการสร้างสถิติชนะในลีกติดต่อกันมากที่สุดด้วยจำนวน 19 นัด หลังเพิ่งทาบสถิติชนะรวด 18 นัดไปหมาดๆ หลังเกมพลิกแซงกลับมาเอาชนะ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 เมื่อค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

post

“คลอปป์” ยืนยัน “หงส์แดง” ไร้ 2 แข้งดวล “นักบุญแดนใต้”

Football-299

“เยอร์เกน คลอปป์” กุนซือทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยืนยัน ทีมไม่สามารถใช้งานนักเตะทั้ง 2 รายได้ในเกมเปิดบ้านดวล “นักบุญแดนใต้” เซาแธมป์ตัน เสาร์นี้

“เยอร์เกน คลอปป์” ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยืนยัน “เซอร์ดัน ชาคิรี” ปีกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ และ “เจมส์ มิลเนอร์” กองกลางชาวอังกฤษ ไม่พร้อมลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่จะเปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน วันเสาร์นี้

คลอปป์ กล่าวว่า “ชาคิรี และ มิลเนอร์ ยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ แต่พวกเขาใกล้ที่จะกลับมาแล้วนะ ขณะที่ ลัลลานา ซ้อมตามปกติ ส่วน ดิวอค โอริกี ไม่ได้ซ้อมเมื่อวานนี้แต่จะกลับมาในวันนี้”

สำหรับ มิลเนอร์ วัย 33 ปี เจ็บกล้ามเนื้อตั้งแต่เกมเอาชนะเอฟเวอร์ตันช่วงต้นเดือน ส่วน ชาคิรี ก็ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บเช่นกัน

post

“โซลชาร์” เปิดใจหลังนำทีมบุกขยี้เบิร์นลีย์ โยงถึงการเก็บคลีนชีต

ข่าว-พรีเมียร์ลีก-โซลซาร์เปิดใจหลังขยี้เบิร์นลี่

“โอเล กุนนาร์ โซลชาร์” กุนซือชาวนอร์เวย์ของ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ยอดทีมแดนผู้ดี ออกมาเปิดใจหลังเกมนำทีมบุกขยี้ “เบิร์นลีย์” 0-2 ในเกมลีกนัดล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา

โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาเปิดใจหลังเกมนำทีมบุกขยี้ “เดอะ คลาเรตส์” เบิร์นลีย์ 0-2 ในเกมลีกนัดล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา

เป็นที่เข้าใจกันว่า 2 ประตูดังกล่าวของทีมเยือน ประกอบไปด้วย อ็องโตนี มาร์เชียล นาทีที่ 44 และ มาร์คัส แรชฟอร์ด นาทีที่ 90+5 ส่งผลให้เก็บสามคะแนนสำคัญมีเพิ่มเป็น 31 คะแนนจากการลงสนาม 20 นัด ตามหลัง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมในอันดับที่ 4 เพียงแค่ 1 คะแนนแต่แข่งมากกว่าหนึ่งนัด

ล่าสุด โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ออกมากล่าวว่า “ครึ่งแรกผมคิดว่าเราเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม เราครองเกมได้อยู่หมัด และที่สำคัญทำประตูได้ แต่ในครึ่งหลังมันมีเหตุการณ์ที่ต่างกันออกไป เจ้าถิ่นมีโอกาสที่จะตีเสมอเราได้ 2-3 ครั้ง เรามีโอกาสวนกลับสวยๆ เป็นระยะ เราควรจะทำประตูที่สองได้เร็วกว่านี้เพื่อปิดเกม ต้องเกมรับของพวกเขาด้วย มันสำคัญที่เรารักษาสกอร์และได้ผลการแข่งขันที่ต้องการเมื่อจบเกม เราเก็บคลีนชีตได้มันจะมีผลต่อการทำอันดับขยับขึ้นไปได้ด้วย”

post

กุนซือเลสเตอร์ ขอระบายหลังโดน ลิเวอร์พูล บุกถล่มคาบ้าน

Football-294

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเปิดใจหลังพาทีมแพ้ ลิเวอร์พูล คาบ้านแบบเละเทะ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดล่าสุด

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่แข็งแกร่งสุดๆ หลังบุกมาเอาชนะทีมของตนถึงสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม 4-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

จากผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 52 คะแนน ทิ้งห่าง เลสเตอร์ ที่มี 39 คะแนนเท่าเดิม ไปเป็น 13 คะแนนแล้ว

ร็อดเจอร์ส กล่าวว่า “เราไม่ได้ลงเล่นอย่างมีคุณภาพมากพอ และเราก็เสียบอลกันง่ายเกินไปโดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรก เมื่อคุณทำแบบนั้นในการเจแกับทีมที่ดี คุณก็ต้องเจอกับความกดดัน แต่ตอนที่สกอร์ 1-0 เรายังอยู่ในเกมนะ จากนั้นเราเริ่มสร้างโมเมนตัมให้กับตัวเองแต่เราก็ดันมาเสียจุดโทษ แล้วจากนั้นก็เลยเป็นเรื่องยากสำหรับเรา พวกเขามีพละกำลังและความแข็งแกร่ง และตอนนี้สิ่งสำคัญมากคือเรื่องความมั่นใจของพวกเขา หลังจากได้แชมป์แชมเปียนส์ลีก, แชมป์สโมสรโลก และ ซุปเปอร์คัพ ทำให้พวกเขารู้สึกแบบนั้น และพวกเขาก็มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งมาก คงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะออกอาการแกว่งในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล พวกเขาคือทีมที่ยอดเยี่ยม พวกเขามีนักเตะที่ดีพอ มีประสบการณ์มากพอ และมีคุณภาพเพียงพอที่จะโฟกัสกับการทำงานให้สำเร็จ มันยากมากที่จะหยุดพวกเขา”

post

ต้องให้เขา “แลมพาร์ด” เบียด “คลอปป์” ซิวกุนซือยอดเยี่ยมพรีเมียร์เดือน ต.ค.

Football-286

เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือของลิเวอร์พูล พลาดคว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม 3 เดือนติด หลัง แฟรงค์ แลมพาร์ด เฮดโค้ชหนุ่มของเชลซี ซิวรางวัลในเดือน ต.ค. 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 8 พ.ย. ว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่มของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี พุ่งแรงแซงทางโค้งในการคว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 

สำหรับผลงานของ “แลมพาร์ด” ที่โชว์ฝีไม้ลายมือเข้าตากรรมการเข้าอย่างจังคือ การพาทัพสิงห์บลูชนะรวด 3 นัดติดในเดือนที่แล้ว (นิวคาสเซิล, เซาท์แธมป์ตัน และ เบิร์นลีย์) เบียดเข้าป้ายเอาชนะ เยอร์เกน คลอปป์ ของลิเวอร์พูล ที่ทำผลงานชนะ 2 เสมอ 1 เช่นเดียวกับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ของเลสเตอร์ ซิตี้, เกรแฮม พอตเตอร์ ไบรท์ตัน และ ดีน สมิธ ของ แอสตัน วิลลา

“การคว้ารางวัลส่วนตัวใบนี้ของผมเป็นเวลาที่สุดเพอร์เฟกต์ ผมขอชื่นชมสตาฟฟ์ทุกคนที่ทุ่มเทอย่างหนักกันมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น รวมถึงตัวนักเตะด้วยที่ลงไปโชว์ฟอร์มในสนามได้ยอดเยี่ยม ผมยินดีกับทุกคนจริงๆ” กุนซือวัย 41 ปี กล่าว

post

คนนี้สุดจริง “ชไวนี”หวังเห็น “มูรินโญ” คุมทัพเสือใต้

Football-283

อดีตขวัญใจแฟนบอลเสือใต้เผย กุนซือชาวโปรตุกีสเคยถามถึงบุนเดสลีกาอยู่บ่อยครั้ง และหวังจะได้เห็นเจ้าตัวย้ายไปหาความท้าทายใหม่ ๆ ในเยอรมนี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 5 พ.ย.ว่า บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ อดีตจอมทัพขวัญใจแฟนบอลบาเยิร์น มิวนิก แนะนำว่า โชเซ มูรินโญ มีความเหมาะสมในการนั่งแท่นกุนซือใหญ่แห่งอลิอันซ์ อารีนา

ทีมเสือใต้เพิ่งแยกทางกับ นิโก โควัช หลังพาทีมบุกไปพ่ายไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตแบบหมดรูป 1-5 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจปลดกุนซือชาวโครแอตออกจากตำแหน่ง

กระทั่งล่าสุด บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ได้เผยกับบิลด์สื่อดังของเยอรมันว่า อดีตเฮดโค้ชปิศาจแดงชาวโปรตุกีส คือหนึ่งในแคนดิเดตที่มีความเหมาะสม ในการสืบทอดตำแหน่งนายใหญ่ของทีมดังแห่งแคว้นบาวาเรีย

“ผมสามารถจินตนาการได้ถึงภาพของ มูรินโญ ทำงานในเยอรมนี เขามักจะถามผมเกี่ยวกับบาเยิร์นฯ และบุนเดสลีกาอยู่เสมอ ระหว่างที่เราออกไปเล่นเป็นทีมเยือน เรามักจะชมบุนเดสลีกาทางทีวีเสมอ”

“เขารู้จักนักเตะทุกคน แม้จะมาจากทีมเล็ก ๆ ก็ตาม แถมยังเคยเรียนภาษเยอรมันด้วย เขายังไม่เคยทำงานในบุนเดสลีกา ดังนั้นผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าดึงดูดให้เขาย้ายไปทำงานที่นั่น”

post

แม่นเลย!ย้อนฟังมูรินโญ่ทำนายอนาคตแม็คโทมิเนย์

Football-280

ย้อนฟังคำทำนายของ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีต่อ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ก่อนเวลานี้กลายเป็นจริงแล้ว ขณะที่แฟนบอล “ปีศาจแดง” รับต้องชม “เฮียมู” ที่เป็นคนเปิดโอกาสให้แข้งสกอตต์ได้ลงเล่น

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังได้รับคำชมอย่างมาก หลังทำผลงานได้เยี่ยมในฤดูกาลนี้ รวมทั้งเกมล่าสุดที่ “ปีศาจแดง” บุกไปชนะ เชลซี 2-1 ในศึก คาราบาว คัพ รอบ 4 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันพุธที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    มิดฟิลด์ทีมชาติสกอตแลนด์ ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะกำลังสำคัญของ “ปีศาจแดง” โดยเฉพาะในช่วงที่ทีมขาด ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส โดยได้ลงเล่นตัวจริงในเกมลีกทุกแมตช์ เพราะถือเป็นผู้เล่นหัวใจสำคัญในแผนการสร้างทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    ก่อนหน้านี้ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เคยออกโรงชม แม็คโทมิเนย์ ว่าจะมีอนาคตสดใสแน่นอน และยกให้เป็น “หมาบ้า” คนใหม่ของ “ปีศาจแดง” หลังจากให้โอกาสได้ลงเล่นในช่วงที่ตัวเองยังทำงานในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

        มูรินโญ่ แสดงความเห็นไว้ตอนที่ “ปีศาจแดง” เจอกับ บาร์เซโลน่า ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วว่า “บาร์เซโลน่า ไม่ได้เป็น บาร์เซโลน่า ในเกมนี้ ผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีนักเตะ 1 คนที่มีส่วนกับเรื่องนี้ เนื่องจากผมคิดว่า สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำได้เยี่ยมในแผงมิดฟิลด์”

    “เขาทำได้เหมือนที่ผมเคยเรียกเขา แต่สิ่งที่ผมเรียกมันสื่อไปในแง่ดีนะ นั่นก็คือ เขาเป็นเหมือนหมาบ้า เขาไม่กลัวใคร ต้องยอมรับเขา เขากดดันหนัก และเคลื่อนที่ไปในที่ที่ต้องเข้ากดดันคู่แข่ง เขากดดันสูง และสร้างปัญหาให้กับการขึ้นเกมของ บาร์เซโลน่า” มูรินโญ่ กล่าว

    ขณะที่ ดาวเตะวัย 22 ปี เผยว่า ตนยังคงติดต่อกับ มูรินโญ่ อยู่เสมอ แม้ว่า “เฮียมู” จะโดนไล่ออกจากตำแหน่งไปตั้งแต่เดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา และยอมรับว่า เป็นหนี้บุญคุณกุนซือชาวโปรตุกีส อย่างมาก

        แม็คโทมิเนย์ เปิดใจว่า “แน่นอนผมไม่อยากพูดอะไรมากนักเกี่ยวกับผู้จัดการทีมคนก่อน แต่ โชเซ่ เป็นอะไรที่พิเศษมากๆ สำหรับผม เขายังคงติดต่อกับผมในเวลานี้ และมักจะติดต่อมาหาผมหลังจบการแข่งขันบางนัด”

        “เขามีพื้นที่พิเศษอยู่ในใจผมเสมอ และในหัวใจของครอบครัวผม เพราะเขาเป็นคนที่ให้ผมได้เข้ามาอยู่ในทีม เขาเชื่อมั่นในตัวผม เขาเป็นคนที่พร้อมให้ความเชื่อมั่นกับคุณ ผมเป็นหนี้บุญคุณเขามากมายมหาศาล เพราะถ้าไม่มีเขา ผมก็อาจไม่ได้มาอยู่ตรงจุดนี้” กองกลางสกอตต์ เผย

    ด้าน แฟนบอล “ปีศาจแดง” หลายราย แสดงความเห็นในโลกออนไลน์ถึง มูรินโญ่ กับ แม็คโทมิเนย์ อาทิผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อว่า @nigej77 ที่ทวีตข้อความว่า “มูรินโญ่ คิดถูกเกี่ยวกับ แม็คโทมิเนย์ นักเตะชั้นยอด”

    ขณะที่ @ORohitO แสดงความเห็นว่า “ผมเกลียดหลายอย่างเกี่ยวกับ มูรินโญ่ แต่ผมจะเป็นหนี้เขาตลอดไปที่ให้ แม็คโทมิเนย์ ได้โอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่” 

post

คล็อปป์ชี้จุดเด่นแมนยู-นักเตะอันตรายต้องจับตา

Football-266

เจอร์เก้น คล็อปป์ อัพเดตความพร้อม ลิเวอร์พูล ก่อนไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมชี้จุดเด่นของ “ปีศาจแดง” และนักเตะที่ต้องจับตาเอาไว้ให้ดี

     เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความอันตรายในเรื่องความเร็วของนักเตะ โดยเฉพาะ แดเนียล เจมส์ ปีกทีมชาติเวลส์ ทำให้ “หงส์แดง” ไม่สามารถประมาทได้เลยในเกมแดงเดือด ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคมนี้

Football-267

    กุนซือชาวเยอรมัน เผยว่า “เขา (เจมส์) เป็นนักเตะที่ดีมาก อย่างไรก็ตาม ผมคาดว่า ทั้ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เจมส์ จะลงสนาม ความเร็วและคุณภาพของพวกเขาจะมีทั่วทั้งสนาม” 

Football-268

    พร้อมกันนี้ คล็อปป์ ยังเผยว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์ และ โฌแอล มาติป ปราการหลังจอมแกร่ง กลับมาฟิตสมบูรณ์แล้ว และทั้ง 3 คนมีโอกาสจะได้ลงเล่นในวันอาทิตย์นี้ 

    “อลีสซง, โฌแอล และ โม ดูดีขึ้น เราจะต้องรอดูกันต่อไป มันยังเหลือช่วงซ้อมอีก 2 เซสชั่น จากนั้นเราถึงค่อยตัดสินใจ มันยังไม่มีอะไรแน่นอน” นายใหญ่ “หงส์แดง” กล่าวในที่สุด

post

รอดไม่รอด? 5 เกมถัดไปของ แมนฯยูไนเต็ด ชี้ชะตาโซลชา

Football-260

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กำลังเจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งบรรดาสื่อ กูรู ตำนานนักเตะรวมถึงแฟนบอล หลังทำผลงานสุดย่ำแย่ในการออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด 5 นัดถัดไปของ โซลชา ต้องเจอกับเกมสุดยากเย็นทั้งหมด เก้าอี้ของเขาจะอยู่รอดหรือไม่อาจขึ้นอยู่กับ 5 นัดถัดไปนี้

     ครึ่งเดือนหลังของเดือนตุลาคมถือเป็นโปรแกรมหฤโหดของ โซลชา และแมนฯยูไนเต็ด เป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยอีก 5 นัดถัดไปพวกเขาจะต้องเจอบิ๊กแมตช์ถึง 2 นัดแถมจะต้องออกไปเยือนถึง 4 นัดด้วยกัน ปัญหาคือ โซลชา มีสถิติการเล่นเกมเยือนที่ย่ำแย่เหลือเกินนับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว

สถิติเกมเยือนของ แมนฯยูไนเต็ด
10 มีนาคม – อาร์เซน่อล 2-0 แมนฯยูไนเต็ด
16 มีนาคม – วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 แมนฯยูไนเต็ด
2 เมษายน – วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 แมนฯยูไนเต็ด
16 เมษายน – บาร์เซโลน่า 3-0 แมนฯยูไนเต็ด
21 เมษายน – เอฟเวอร์ตัน 4-0 แมนฯยูไนเต็ด
5 พฤษภาคม – ฮัดเดอร์สฟิลด์ 1-1 แมนฯยูไนเต็ด
19 สิงหาคม – วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1 แมนฯยูไนเต็ด
31 สิงหาคม – เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 แมนฯยูไนเต็ด
22 กันยายน – เวสต์แฮม 2-0 แมนฯยูไนเต็ด
3 ตุลาคม – อัลค์มาร์ 0-0 แมนฯยูไนเต็ด
6 ตุลาคม – นิวคาสเซิ่ล 1-0 แมนฯยูไนเต็ด

5 เกมถัดไปของ แมนฯยูไนเต็ด

20 ตุลาคม – แมนฯยูไนเต็ด vs ลิเวอร์พูล

Football-261

    แน่นอนว่าเกมแดงเดือดวันอาทิตย์นี้ถือว่าสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แม้ช่วงหลังฟอร์มจะต่างกันราวฟ้ากับเหวแต่ศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่ค้ำคอผีแดงไว้ เพราะฉะนั้นแฟนบอลคงไม่อยากให้คู่อริบุกมาฝังถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นแน่แท้ เชื่อว่าแฟนผีแเดงหลายคนมองว่าทีมเป็นรอง หงส์แดง ค่อนข้างเยอะแต่อย่างน้อยนัดนี้พวกเขาต้องโชว์ให้แฟนบอลเห็นว่ายังมีดีพอต่อกรกับจ่าฝูงได้อยู่ อย่างไรก็ตามหาก โซลชา พลาดท่าเพ่ายละเทะคาบ้านก็มีแววที่จะเก้าอี้กระเด็นอยู่เหมือนกัน

24 ตุลาคม – ปาร์ติซาน เบลเกรด vs แมนฯยูไนเต็ด (ยูโรปา ลีก)

Football-262

    แมนฯยูไนเต็ด จะต้องออกไปเยือนจ่าฝูงของกลุ่มแอลอย่าง ปาร์ติซาน ในศึกยูโรปา ลีก น่าสนใจว่า ผีแดง จะเน้นถ้วยนี้หรือไม่เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งสองนัดมักจะเอาตัวสำรองลงและไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่ แต่มันก็ถือเป็นทางลัดที่จะพาพวกเขาไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ในลีกเป็นเรื่องค่อนข้างยากพอสมควร อย่างน้อยนัดนี้ โซลชา ต้องไม่ทำผลงานน่าผิดหวังเหมือนนัดที่ไปเยือน อัลค์ม่าร์

27 ตุลาคม- นอริช ซิตี้ vs แมนฯยูไนเต็ด

Football-263

    ทีมนกขมิ้นเหลืองอ่อน กำลังอยู่ในช่วงวิกฤตพอสมควรเนื่องจากแพ้ 6 จาก 8 เกมแรก แถมยังเป็นทีมที่โดนยิงมากที่สุดในลีกตอนนี้ (21 ประตู) พวกเขาต้องการจุดเปลี่ยนเพื่อหนีโซนตกชั้นให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นนัดเจอ ปีศาจแดง จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง นอริช เคยโชว์ฟอร์มเหนือความคาดหมายด้วยการเอาชนะ แมนฯซิตี้ มาแล้ว ผีแดง คงต้องระวังตัวให้ดี ยิ่งเคยโดนทีมที่ฟอร์มย่ำแย่อย่าง นิวคาสเซิ่ล อัดมาแล้ว ก็ต้องหลีกเลี่ยงบทเรียนซ้ำสอง

30 ตุลาคม -เชลซี vs แมนฯยูไนเต็ด (คาราบาว คัพ)

Football-264

    ช่วงนี้อะไรก็ไม่ค่อยเป็นใจแม้กระทั่งการจับสลาก คาราบาว คัพ เมื่อ ผีแดง ต้องเจอของแข็งด้วยการบุกไปเยือน เชลซี ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ แน่นอนว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด เตรียมรอแก้แค้นสิ่งที่ แมนฯยูไนเต็ด ทำไว้ในนัดเปิดฤดูกาล ตอนนี้ เชลซี เครื่องกำลังติดและยิ่งถ้าพวกเขาเอาชนะ ผีแดง ได้ยิ่งเพิ่มความมั่นใจเข้าไปใหญ่ ถ้า โซลชา พาทีมแพ้ขึ้นมาเชื่อว่ากระแสกดดันลาออกจะเพิ่มขึ้นเป็นอีกเท่าตัวแน่นอน

2 พฤศจิกายน – บอร์นมัธ vs แมนฯยูไนเต็ด 

Football-265

    เปิดเดือนใหม่แต่ผีแดงยังต้องออกไปเยือนคู่แข่งเป็นเกมที่ 4 ติดต่อกันแต่คราวนี้เป็นทีม บอร์นมัธ ซึ่งลูกทีมของ โซลชา มักจะมีสถิติที่ดีในการเจอกัน (7 นัดหลังสุดชนะ 6 นัด เสมอ 1) อย่างไรก็ตามหากดูอันดับตารางคะแนนตอนนี้ บอร์นมัธ อยู่เหนือกว่า แมนฯยูไนเต็ด 2 แต้ม และเกมในบ้านฤดูกาลนี้ก็เพิ่งจะแพ้ แมนฯซิตี้ ทีมเดียวเท่านั้น ยังคงเป็นทีมที่ โซลชา ห้ามประมาทโดยเด็ดขาด

post

อย่างนี้นี่เอง!ฟาวเลอร์เผยสาเหตุที่คล็อปป์เลือกคุมลิเวอร์พูล

Football-254

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ระบุ สาเหตุสำคัญที่ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ มากุมบังเหียน ลิเวอร์พูล เป็นเพราะทีมให้ความสำคัญในเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอลมากเท่ากับเรื่องการเงิน พร้อมเผย ทักษะการจัดการกับคนคือสิ่งที่ คล็อปป์ เหนือกว่ากุนซือหลายคน

    ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ตำนานกองหน้าของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกว่าสาเหตุที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจมาเป็นผู้จัดการทีมของ “หงส์แดง” นั้น เป็นเพราะ ลิเวอร์พูล ให้ความสำคัญกับเรื่องประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ของสโมสรมากพอๆ กับเรื่องธุรกิจ ต่างกับหลายทีมที่สนใจแต่เรื่องเงินมากกว่าความเป็นสโมสรฟุตบอล

    คล็อปป์ ได้รับความสนใจจากหลายทีมทั่วทวีปยุโรปตั้งแต่ตอนที่อยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แล้ว จากการที่เขาสร้างทีมขึ้นมาสู้กับ บาเยิร์น มิวนิค ได้อย่างสูสี และพอเจ้าตัวแยกทางกับ “เสือเหลือง” หลังจบฤดูกาล 2014-15 เขาก็มีข่าวกับหลายต่อหลายทีม ก่อนจะเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้เขามากุมบังเหียนต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส หลังเริ่มซีซั่น 2015-16 ไปได้ไม่นาน

Football-255

    ฟาวเลอร์ กล่าวผ่านคอลัมน์ของตัวเองใน เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดีว่า “เมื่อราว 2 ปีก่อนผมได้โอกาสสัมภาษณ์เขา และเขาก็บอกผมว่าเขาปฏิเสธข้อเสนอจากทีมที่รวยมากๆ ไปถึง 2 ครั้งหลังจากที่แยกทางกับ ดอร์ทมุนด์ ไปแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่าหนึ่งในนั้นคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แน่ๆ ส่วนอีกทีมอาจจะเป็น เรอัล มาดริด ก็ได้มั้ง สาเหตุที่เขาปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้นไปน่ะเป็นยเพราะเขาเกลียดที่ทั้ง 2 ทีมนั้นหมกมุ่นอยู่กับอิทธิพลด้านธุรกิจนอกสนามเป็นหลัก”

    “เขาบอกว่าเขาชอบ ลิเวอร์พูล เพราะพวกเขาให้ความสำคัญระหว่างเรื่องจำนวนเงินที่ต้องใช้เพื่อที่จะขึ้นไปเป็นยอดทีม กับเรื่องประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ของสโมสร รวมถึงเอกลักษณ์ของแฟนบอลในระดับที่เท่าๆ กัน เขายังบอกด้วยว่าเขาเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถทำให้ แอนฟิลด์ กลับไปเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งได้ ต่อให้จะไม่ต้องมีนักเตะระดับโลกอยู่ในทีมมากมายก่ายกองก็ตาม เขาเชื่อมั่นว่าเขาสามารถทำให้ทีมกลับไปครองความยิ่งใหญ่ในแนวทางที่ต่างออกไปได้ (หมายถึงเชื่อว่าต่อให้ไม่มีแข้งซูเปอร์สตาร์เต็มทีม แต่ก็ยังสามารถทำให้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นยอดทีมได้) แน่นอนว่าเขายังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่เขาก็ทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล กลับมามีความเชื่อมั่น และกลับไปมีความภาคภูมิใจในตัวสโมสรด้วย ผมมองเห็นถึงเรื่องนั้นได้อย่างชัดเจน”

    อดีตดาวยิงคนดังเสริมว่าจุดที่ คล็อปป์ เหนือกว่ากุนซือหลายต่อหลายคน คือการที่เจ้าตัวมีทักษะการจัดการกับคนที่ยอดเยี่ยม “เขากำหนดแท็กติกทุกอย่าง รวมถึงเชี่ยวชาญทั้งเรื่องแผนการเล่น, วิทยาศาสตร์ และการวิเคราะห์ แต่สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นกว่าคนอื่นก็คือทักษะการจัดการกับคน ผมน่ะแวะไปที่สโมสรบ่อยๆ และผมก็เห็นเลยว่าทุกคนต่างก็รัก คล็อปป์ กันทั้งนั้น พวกเขา (นักเตะ ลิเวอร์พูล) เห็นถึงอารมณ์ร่วม, ความเชื่อมั่น รวมถึงความทุ่มเทของเขา ซึ่งพวกเขาก็อยากมีสิ่งแบบนั้นบ้าง และบรรดาแฟนบอลเองก็เห็นถึงเรื่องนั้น”

    “ผมอยากเชื่อว่าผมเองก็มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับแฟนบอลเหมือนกันในตอนที่ผมยังเล่นอยู่ที่นั่น ผมอยากเชื่อว่าพวกเขาเข้าใจว่ามันมีความหมายกับผมมากแค่ไหนที่ได้เล่นให้ทีมบ้านเกิดของผม และได้สวมเสื้อตัวนั้น ซึ่งความสัมพันธ์แบบนั้นมันมีความหมายมากๆ”

    “เกมสุดท้ายของผมกับ ลิเวอร์พูล ซึ่งก็คือเกมเจอกับ ชาร์ลตัน ที่สนาม แอนฟิลด์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2007 โดยที่ผมได้เป็นกัปตันทีมด้วยน่ะ คือหนแรกและหนเดียวจนถึงตอนนี้ที่ผมร้องไห้ในสนาม การต้องบอกลาความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับแฟนบอลมันถือว่าน่าเสียใจมากๆ ซึ่ง คล็อปป์ ก็มีสิ่งนั้นเหมือนกัน และมันก็ทำให้คนที่ผมรู้จัก และตัวผมเองเชื่อว่านี่เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ ลิเวอร์พูล เท่านั้น”