post

ไม่ใช่งานยาก “อินทรีเหล็ก” 10 คนบุกสอยเอสโตเนียคาบ้าน 3-0

Football-256

ทัพนักเตะ “อินทรีเหล็ก” แม้จะเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คนตั้งแต่ต้นเกม แต่ก็ยังมีดีพอที่จะบุกไปเช็กบิลเอสโตเนียได้ถึงถิ่น 3-0 ในศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก

วันที่ 14 ต.ค.62 การแข่งขันศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก โดยคู่ที่น่าสนใจในกลุ่มซี เอสโตเนีย ทีมบ๊วยของกลุ่มซึ่งยังไม่ชนะใคร เปิดบ้านที่สนาม เลอ ค็อก อารีนา รับการมาเยือนของ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี

เปิดฉากครึ่งแรกไปได้แค่ 14 นาที ทีมเยือนต้องเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน เมื่อ เอ็มเร ชาน ไปทำฟาวล์ แฟรงค์ ลีวัค หน้ากรอบเขตโทษ ทำให้โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม

จนต้องรอครึ่งหลังนาทีที่ 51 เยอรมนีถึงเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะการตะบันด้วยขวาเต็มข้อของ อิลคาย กุนโดกัน บอลพุ่งตุงตาข่าย

จากนั้นในนาทีที่ 57 อินทรีเหล็กขยับหนีห่างออกไปเป็น 2-0 มาร์โก รอยส์ ตอกส้นกลับหลังให้ อิลคาย กุนโดกัน ยิงบอลไปแฉลบขาผู้เล่นเอสโตเนียเปลี่ยนทางเข้าประตูไป

และนาทีที่ 71 ทีมเยือนก็มาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะเป็น 3-0 จากการหลุดเข้าไปยิงเล่นทางของ ติโม แวร์เนอร์

ทำให้จบเกม เยอรมนีที่เหลือ 10 คน บุกมาเอาชนะเอสโตเนียได้ถึงถิ่น 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 15 คะแนน จาก 6 นัด รั้งรองจ่าฝูงของกลุ่ม ขณะที่เอสโตเนียแพ้เป็นเกมที่ 6 มีอยู่แต้มเดียว ยังอมบ๊วยแก้มตุ่ยอยู่ท้ายตารางต่อไป.

ผลการแข่งขันในคู่อื่น

คาซัคสถาน แพ้ เบลเยียม 0-2

เบลารุส แพ้ เนเธอร์แลนด์ 1-2

ฮังการี ชนะ อาเซอร์ไบจาน 1-0

สกอตแลนด์ ชนะ ซาน มารีโน 6-0

ไซปรัส แพ้ รัสเซีย 0-5

เวลส์ เสมอ โครเอเชีย 1-1

สโลวีเนีย แพ้ ออสเตรีย 0-1

โปแลนด์ ชนะ มาซิโดเนีย 2-0.

post

เรือใบฟ้าแพ้นัดแรก!! “นอริช” แข็งกว่าเปิดบ้านเฉือนชนะ “แมนฯซิตี้” 3-2

Football-109

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019/20 วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน นอริช ซิตี้ เปิดสนาม‎แคร์โรว์โรด เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-2

โดยเกมนี้ครึ่งแรก นอริช ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จาก เคนนี แม็คลีน นาทีที่ 15 จากนั้น นอริช ทำเซอร์ไพร์อีกครั้ง ยิงหนี แมนฯซิตี้ เป็น 2-0 จาก ทอดด์ แคนท์เวลล์ นาทีที่ 28 แต่ทว่า แมนฯซิตี้ ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 จาก เซร์คิโอ อเกวโร นาทีที่ 45 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง นอริช เล่นได้ดีกว่ายิงนำห่างเป็น 3-1 จาก ตีมู ปุกกี เจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือน ส.ค. นาทีที่ 50 และในช่วงท้ายเกม แมนฯซิตี้ ไล่มาเป็น 2-3 จาก โรดรี ยิงไกลจากนอกกรอบ นาทีที่ 88

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาแพ้ นอริช ซิตี้ 2-3 ส่งผลให้ แมนฯซิตี้ มี 10 คะแนนเท่าเดิม รั้งรองจ่าฝูง ตามหลังลิเวอร์พูล 5 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

นอริช ซิตี้ : ทิม ครูล – แซม ไบรัม, อิบราฮิม อมาดู, เบน ก็อดเฟรย์, จามาล ลูอิส – อเล็กซานเดอร์ เต็ตเตย์, เคนนี่ แม็คคลีน – เอมิลิอาโน่ บวนเดีย (โยซิป เดอร์มิช น.83), มาร์โก สตีเปอร์มันน์ (เดนนิส เซอร์เบนี่ น.89), ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – ตีมู ปุ๊คกี้

แมนฯ ซิตี้ : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, จอห์น สโตนส์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – อิลคาย กุนโดกัน (เควิน เดอ บรอยน์ น.57), โรดรี เอร์นานเดซ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา (ริยาด มาห์เรซ น.73), ดาบิด ซิลบา (กาเบรียล เชซุส น.57), ราฮีม สเตอร์ลิง – เซร์คิโอ อเกวโร่

Football-110
Football-111
Football-112
Football-113
Football-114
Football-115
Football-116
Football-117
post

พรีเมียร์ ลีก ยอมรับมีการใช้ VAR ตัดสินผิดพลาด 4 ครั้ง นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา

Football-83

พรีเมียร์ ลีก ยอมรับว่ามีการใช้ระบบ VAR ตัดสินผิดพลาดถึง 4 ครั้ง นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2019/20 มาจนถึงขณะนี้

ลีกสูงสุดของอังกฤษได้มีการนำเอาระบบวิดีโอช่วยตัดสิน (Video Assistant Referee) มาใช้ในฤดูกาลนี้เป็นปีแรก ซึ่งที่ผ่านมาก็มีจังหวะที่ต้องเรียกใช้ทั้งหมด 227 ครั้งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์จังหวะทำประตู, ใบแดง หรือจังหวะลุ้นจุดโทษ

ซึ่งล่าสุด ไมค์ ไรลี่ย์ ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นหัวหน้ากรรมการของการแข่งขันก็ได้ยอมรับกับทั้ง 20 สโมสรว่ามีการตัดสิน 4 ครั้ง หรืออาจมากกว่านั้น ที่ควรเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน

สำหรับเหตุการณ์เหล่านั้นก็มี จังหวะที่ไม่ให้จุดโทษกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อ ดาบิด ซิลบา โดนทำฟาวล์ ในเกมกับ บอร์นมัธ, จังหวะที่ เซบาสเตียง อัลเลร์ ของ เวสต์ แฮม ถูกทำฟาวล์ ในเกมกับ นอริช ซิตี้, จังหวะที่ ยูริ ตีเลอม็องส์ ของ เลสเตอร์ ซิตี้ น่าจะถูกใบแดงจากการทำฟาวล์ใส่ คัลลัม วิลสัน ของ บอร์นมัธ และ จังหวะที่ ไอแซ็ก เฮย์เดน ของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไปทำแฮนด์บอล ก่อนที่ในจังหวะต่อเนื่องจะทำให้ทีมได้ประตูตีเสมอในเกมกับ วัตฟอร์ด

อย่างไรก็ตาม ทาง พรีเมียร์ ลีก ยังคงยืนยันว่าพวกเขาพึงพอใจที่ได้นำเอาระบบ VAR มาช่วยตัดสิน โดยที่ผ่านมามีการช่วยให้คำตัดสินถูกต้องถึง 6 ครั้ง ซึ่งหากเป็นเมื่อฤดูกาลที่ก่อนอาจจะตัดสินผิดพลาดกันไปแล้ว