post

“อิตาลี” สร้างสถิติเก็บชัยรวด 10 เกมติดในรอบ 80 ปี

Football-288

ทีมชาติอิตาลี สร้างสถิติใหม่ด้วยการเก็บชัยชนะรวด 10 เกมติด ทุบสถิติเดิมเมื่อ 80 ปีก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 พ.ย. ว่า หลังจากที่ “อัซซูรี” ทีมชาติอิตาลี เจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลก 4 สมัย (1934, 1938, 1982, 2006)

บุกไปเอาชนะ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา หรือ “บอสเนีย” 3-0 ในศึกลูกหนังยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่มเจ เมื่อคืนนี้ ส่งผลให้ทัพมักกะโรนีทำสถิติใหม่ชนะรวด 10 นัดติด ทำลายสถิติเก่าเมื่อ 80 ปีที่แล้ว  

โดยสถิติดังกล่าวต่อเนื่องมาจากการคว้าชัยครั้งแรกในแมตช์อุ่นเครื่องที่พบกับทีมชาติสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือน พ.ย. ปี 2018 และต่อจากนั้นภายใต้การคุมทัพของ โรแบร์โต มันชินี ที่ได้ทำการพาทีมเข้าวินรวดของศึกยูโร รอบคัดเลือกอีก 9 เกม

ทำให้เป็นชัยชนะ 10 เกมติดของทัพอัซซูรี ทำลายสถิติเดิมเมื่อปี 1938-1939 ซึ่งในปีนั้นทีมชาติอิตาลีผงาดคว้าแชมป์โลกสมัยสองที่ฝรั่งเศส ด้วยการเอาชนะ ฮังการี 4-2

post

“สเปอร์ส” เล็งทุ่ม 50 ลป. รวบอดีตแข้งผีคืนพรีเมียร์ลีก

Football-287

สื่อในอังกฤษเผย สโมสรไก่เดือยทองเล็งกระชากอดีตแข้งปิศาจแดง กลับมาร่วมกอบกู้วิกฤติของทีมในครึ่งฤดูกาลหลัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 12 พ.ย.ว่า ทอตแนม ฮอตสเปอร์ พร้อมมุ่งหน้าสู่ตลาดซื้อขายนักเตะอีกครั้ง ในช่วงเดือนมกราคมนี้ เพื่อเจรจาสู่ของ เมมฟิส เดปาย กลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

พลพรรคไก่เดือยทองออกสตาร์ตซีซั่น 2019-20 ได้อย่างย่ำแย่ รั้งอันดับ 14 ของตารางหลังผ่านไป 12 นัด และมีแต้มห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 6 คะแนนเท่านั้น

ทำให้ล่าสุด “เดอะ มิร์เรอร์” ระบุว่า เมาริซิโอ โปเชตติโน เตรียมทุ่มงบสูงถึง 50 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัว เมมฟิส เดปาย กลับมาสู่เวทีพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง เพื่อผนึกกำลังกับ แฮร์รี เคน และ ซอน เฮือง มิน ช่วยกอบกู้สถานการณ์ของทีมคลับไก่ ให้กลับมาอยู่ในโซนหัวตารางอีกครั้ง

สำหรับ เดปาย เคยล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ในการย้ายมาสวมยูนิฟอร์มของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาล 2015 ก่อนย้ายไประเบิดฟอร์มในลีก เอิงกับ โอลิมปิก ลียง ต้นสังกัดในปัจจุบัน

post

ต้องให้เขา “แลมพาร์ด” เบียด “คลอปป์” ซิวกุนซือยอดเยี่ยมพรีเมียร์เดือน ต.ค.

Football-286

เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือของลิเวอร์พูล พลาดคว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม 3 เดือนติด หลัง แฟรงค์ แลมพาร์ด เฮดโค้ชหนุ่มของเชลซี ซิวรางวัลในเดือน ต.ค. 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 8 พ.ย. ว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่มของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี พุ่งแรงแซงทางโค้งในการคว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 

สำหรับผลงานของ “แลมพาร์ด” ที่โชว์ฝีไม้ลายมือเข้าตากรรมการเข้าอย่างจังคือ การพาทัพสิงห์บลูชนะรวด 3 นัดติดในเดือนที่แล้ว (นิวคาสเซิล, เซาท์แธมป์ตัน และ เบิร์นลีย์) เบียดเข้าป้ายเอาชนะ เยอร์เกน คลอปป์ ของลิเวอร์พูล ที่ทำผลงานชนะ 2 เสมอ 1 เช่นเดียวกับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ของเลสเตอร์ ซิตี้, เกรแฮม พอตเตอร์ ไบรท์ตัน และ ดีน สมิธ ของ แอสตัน วิลลา

“การคว้ารางวัลส่วนตัวใบนี้ของผมเป็นเวลาที่สุดเพอร์เฟกต์ ผมขอชื่นชมสตาฟฟ์ทุกคนที่ทุ่มเทอย่างหนักกันมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น รวมถึงตัวนักเตะด้วยที่ลงไปโชว์ฟอร์มในสนามได้ยอดเยี่ยม ผมยินดีกับทุกคนจริงๆ” กุนซือวัย 41 ปี กล่าว

post

“แมนฯซิตี้” บุกเจ๊า “อตาลันตา” 1-1 ยังไม่ลิ่ว 16 ทีม ชปล.

Football-285

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังบุกมาเสมอ อตาลันตา 1-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี เมื่อคืนวันพุธที่ 6 พ.ย. คู่ที่น่าสนใจ อตาลันตา ทีมดังจากอิตาลี เปิดสนามซาน ซิโร รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถ้าเกมนี้ เรือใบสีฟ้า จะการันตีเข้ารอบ 16 ทีมทันที

เปิดฉากครึ่งแรกมาแค่ 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ แบร์นาโด ซิลวา จ่ายบอลเข้าเขตโทษ กาเบรียล เฆซุส ตอกส้นให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเสียบมุมเข้าไป

จากนั้นนาทีที่ 41 แมนฯซิตี้ ได้ฟรีคิกระยะหวังผล ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวา ไปติดกำแพง แต่เหมือนจะเป็นจังหวะแฮนด์บอล ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ และมองว่า โจซิป อิลิซิช ผู้เล่นอตาลันตาทำแฮนด์บอลในเขตโทษ แต่ กาเบรียล เฆซุส ยิงหลุดกรอบเฉยเลย

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมานำ อตาลันตา ไปก่อน 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 49 อตาลันตา ไล่ตีเสมอ 1-1 เมื่ออเลฮานโดร โกเมซ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากรอบเขตโทษและเป็น มาริโอ ปาซาลิช ขึ้นโหม่งโล่งๆ เข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้นนาทีที่ 62 อตาลันตา เกือบแซงนำ จากจังหวะที่ อเลฮานโดร โกเมซ เปิดลุกเตะมุมจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษ เบรัต ฌิมซิติ โหม่งหลุดเสาไกลไปนิดเดียว

ถึงนาทีที่ 81 แมนฯซิตี้ ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ เคลาดิโอ บราโว ผู้รักษาประตูชาวชิลี ที่ลงมาแทน เอแดร์สัน ตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง ออกมาทำฟาวล์ โจซิป อิลิซิช ที่กำลังหลุดเดี่ยวนอกเขตโทษ ทำให้โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป และ แมนฯซิตี้ ต้องส่ง ไคล์ วอลเกอร์ แบ็กขวาลงมาเป็นผู้รักษาประตูจำเป็น เพราะไม่มีโกลเหลือแล้วในตัวสำรอง และเป็น ริยาด มาห์เรซ ที่ถูกเปลี่ยนตัวไป

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเสมอ อตาลันตา 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม แมนฯซิตี้ เก็บเพิ่มเป็น 10 คะแนน นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มต่อไป ส่วน อตาลันตา เก็บ 1 แต้มแรก รั้งบ๊วยของกลุ่ม

ผลคู่อื่นมีดังนี้

กลุ่มเอ

ปารีส แซงต์ แชร์แมง ชนะ คลับ บรูกก์ 1-0

เรอัล มาดริด ชนะ กาลาตาซาราย 6-0

กลุ่มบี

บาเยิร์น มิวนิก ชนะ โอลิมเปียกอส 2-0

เซอร์เวนา ซเวซดา แพ้ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ 0-4

กลุ่มซี

ดินาโม ซาเกร็บ ชนะ ชัคตาร์ โดเนตส์ค 3-3

กลุ่มดี

โลโคโมทีฟ มอสโก แพ้ ยูเวนตุส 1-2

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1

post

“เชลซี” ตายยาก ไล่เจ๊า “อาแจ็กซ์ฯ” 9 คนสุดเดือด 4-4

Football-284

เชลซีไล่ตามหลังผู้มาเยือนจากแดนกังหันลมตลอดทั้งเกม ก่อนจะได้เปรียบตัวผู้เล่นในช่วงครึ่งหลัง ไล่เจ๊ากับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ไปอย่างสุดมัน 4-4 

การแข่งขันศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ประจำวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน โดยเกมในกลุ่ม เอช นัดที่ 4 ทีมจ่าฝูงอย่าง เชลซี เปิดบ้านที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับมืออาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จากเนเธอร์แลนด์

เปิดฉากครึ่งแรกไปได้แค่ 2 นาที ทีมเยือนก็ขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 ควินซี โพรเมส เปิดฟรีคิกไปบอลแฉลบขา แทมมี อับราฮัม เข้าประตูไป

แต่ถัดมาแค่ 3 นาที เชลซีตีเสมอทันควันเป็น 1-1 จากการสังหารจุดโทษของ จอร์จินโญ

นาที 13 คริสเตียน พูลิซิช แทงบอลทะลุช่องให้ แทมมี อับราฮัม หลุดเข้าไปยิงตุงคาข่าย แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อน

อย่างไรก็ตามนาที 20 ผู้มาอาแจ็กซ์พลิกขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ฮาคิม ซิเยค โยนบอลไปหน้าประตู ควินซี โพรเมส โหม่งเข้าไป

นาที 35 สกอร์ไหลเป็น 3-1 ฮาคิม ซิเยค เปิดฟรีคิกไปชนสามเหลี่ยม บอลกระดอนมาโดนหน้า เกปา อาร์ริซาบาลากา เข้าประตู และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาที 55 อาแจ็กซ์ขยับนำห่าง 4-1 ฮาคิม ซิเยค ผ่านบอลให้กับ ดอนนี ฟาน เดอ บีค ยิงเข้าไป

แต่หลังจากนั้นเจ้าถิ่นโหมบุกหนัก และมาตีตื้นเป็น 4-2 ในนาที 63 จากการตามซ้ำระยะเผาขนของ เซซาร์ อัซปิลิกวยตา

นาที 68 อาแจ็กซ์ต้องเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 9 คน เมื่อ ดาลีย์ บลินด์ และ โจเอล เวลท์มัน โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม

นาที 71 เชลซีไล่จี้มาเป็น 4-3 จากการสังหารจุดโทษอีกครั้งของ จอร์จินโญ

ถัดมาอีก 3 นาทีสิงห์บลูตามตีเสมอเป็น 4-4 จากจังหวะชุลมุนหน้าประตู สุดท้ายเป็น รีซ เจมส์ ตะบันจากนอกกรอบตุงตาข่าย

นาที 78 กองเชียร์เจ้าถิ่นต้องเฮเก้อ เมื่อ เซซาร์ อัซปิลิกวยตา ยิงเข้าไป แต่ผู้ตัดสินปฏิเสธให้เป็นประตู หลังภาพช้า VAR เห็นว่าเป็นจังหวะแฮนด์บอลของ แทมมี อับราฮัม ไปก่อนหน้านี้

ช่วงเวลาที่เหลือแม้พลพรรคสิงห์บลูจะเปิดหน้าแลกเต็มสูบ แต่จังหวะสุดท้ายกลับไม่เฉียบคมพอ

ทำให้จบเกม เชลซี เปิดบ้านไล่เจ๊า อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ไปอย่างสุดมัน 4-4

post

คนนี้สุดจริง “ชไวนี”หวังเห็น “มูรินโญ” คุมทัพเสือใต้

Football-283

อดีตขวัญใจแฟนบอลเสือใต้เผย กุนซือชาวโปรตุกีสเคยถามถึงบุนเดสลีกาอยู่บ่อยครั้ง และหวังจะได้เห็นเจ้าตัวย้ายไปหาความท้าทายใหม่ ๆ ในเยอรมนี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 5 พ.ย.ว่า บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ อดีตจอมทัพขวัญใจแฟนบอลบาเยิร์น มิวนิก แนะนำว่า โชเซ มูรินโญ มีความเหมาะสมในการนั่งแท่นกุนซือใหญ่แห่งอลิอันซ์ อารีนา

ทีมเสือใต้เพิ่งแยกทางกับ นิโก โควัช หลังพาทีมบุกไปพ่ายไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตแบบหมดรูป 1-5 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจปลดกุนซือชาวโครแอตออกจากตำแหน่ง

กระทั่งล่าสุด บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ได้เผยกับบิลด์สื่อดังของเยอรมันว่า อดีตเฮดโค้ชปิศาจแดงชาวโปรตุกีส คือหนึ่งในแคนดิเดตที่มีความเหมาะสม ในการสืบทอดตำแหน่งนายใหญ่ของทีมดังแห่งแคว้นบาวาเรีย

“ผมสามารถจินตนาการได้ถึงภาพของ มูรินโญ ทำงานในเยอรมนี เขามักจะถามผมเกี่ยวกับบาเยิร์นฯ และบุนเดสลีกาอยู่เสมอ ระหว่างที่เราออกไปเล่นเป็นทีมเยือน เรามักจะชมบุนเดสลีกาทางทีวีเสมอ”

“เขารู้จักนักเตะทุกคน แม้จะมาจากทีมเล็ก ๆ ก็ตาม แถมยังเคยเรียนภาษเยอรมันด้วย เขายังไม่เคยทำงานในบุนเดสลีกา ดังนั้นผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าดึงดูดให้เขาย้ายไปทำงานที่นั่น”

post

“อัลลี” เผย “ซอน” ร้องไห้หนัก หลังมีส่วนทำแข้งทอฟฟี่ข้อเท้าหัก

Football-282

ดาวเตะของทอตแนม ฮอตสเปอร์ ระบุ ซอน เฮือง มิน แนวรุกเพื่อนร่วมทีมร้องไห้แทบเงยหน้าไม่ขึ้น หลังมีส่วนทำให้แข้งเอฟเวอร์ตันข้อเท้าหัก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 4 พ.ย. ว่า เดเล อัลลี กองกลางของ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ระบุ ซอน เฮือง มิน ร้องไห้ไม่หยุดในห้องแต่งตัว หลังมีส่วนทำให้ อังเดร โกเมส กองกลางของเอฟเวอร์ตัน ข้อเท้าหัก ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เสมอกันไป 1-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 79 เมื่อ ซอน เฮือง มิน ไปทำฟาวล์ โกเมส จากด้านหลังก่อนจะไปปะทะ แซร์จ ออริเยร์ อีกที ส่งผลให้ โกเมส ข้อเท้าหัก และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ส่วน ซอน เฮือง มิน โดนใบแดง

อัลลี กล่าวว่า “ผมไม่อยากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับโกเมสเลย สิ่งที่ผมทำได้คือส่งคำอวยพรที่ดีที่สุดไปให้เขา และขอให้เขาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ผมเพิ่งเข้าไปในห้องแต่งตัว และตอนนี้ ซอน เฮือง มิน เสียใจมาก เขากำลังร้องไห้อย่างหนัก แต่มันไม่ใช่ความผิดของเขา เหมือนที่ผมเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า ซอน เป็นหนึ่งในคนที่ดีที่สุดที่ผมเคยเจอมา และเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรแบบนั้น ถ้าคุณได้เห็นปฏิกิริยาของเขา ตอนนี้เขายังเงยหน้าขึ้นมาไม่ได้เลย เขากำลังร้องไห้หนักมาก แน่นอนว่ามันไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากเห็นมันเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น”

post

“รามอส” บ่นอุบ ราชันไม่น่าพลาดเจ๊า ทำอดขึ้นจ่าฝูง

Football-281

เซร์คิโอ รามอส กองหลังของเรอัล มาดริด ออกอาการเสียดายสุดๆ หลังต้นสังกัดทำได้แค่เสมอกับ เรอัล เบติส เกมลาลีกา เมื่อคืนที่ผ่านมา 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 3 พ.ย. ว่า เซร์คิโอ รามอส เซ็นเตอร์ฮาลฟ์กัปตันทีม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด กำลังเซ็งกับผลงานของทีมในเกมเปิดสนาม ซานเตียโก เบร์นาเบว เสมอกับรองบ่อนอย่าง เรอัล เบติส 0-0 ของศึกลาลีกา สเปน เมื่อคืนนี้

โดยก่อนเกมนี้ทัพเรอัล มาดริด ตามหลังบาร์ซา เพียง 1 แต้มเท่านั้น แถมกุมความได้เปรียบอีกหนึ่งอย่างคือ หากทัพราชันชนะจะแซงขึ้นไปเป็นผู้นำของตารางทันที เพราะทัพเจ้าบุญทุ่มดันพลาดท่าบุกไปพ่าย เลบันเต 1-3 ในคู่ 22.00 น. แต่อย่างไรก็ตาม มาดริด ที่ลงเล่นในคู่ 03.00 น. กลับทำไม่สำเร็จ เก็บได้เพียง 1 แต้ม ส่งผลให้มีแต้มเท่ากันที่ 22 คะแนน แต่ประตูได้เสียบาร์ซาโลนายังดีกว่าที่บวก 15 ส่วน เรอัล มาดริด บวก 12

“เรารู้สึกไม่ดีเลย เพราะจริงๆ แล้ววันนี้เราควรขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของตาราง แต่เราไม่สามารถคว้าความได้เปรียบตรงนี้เอาไว้ได้ ซึ่งมันมาจากการที่เราเจาะประตูพวกเขาไม่ได้ และนี้คือบทสรุปของเกมนี้” กองหลังทีมชาติสเปน กล่าว

post

แม่นเลย!ย้อนฟังมูรินโญ่ทำนายอนาคตแม็คโทมิเนย์

Football-280

ย้อนฟังคำทำนายของ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีต่อ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ก่อนเวลานี้กลายเป็นจริงแล้ว ขณะที่แฟนบอล “ปีศาจแดง” รับต้องชม “เฮียมู” ที่เป็นคนเปิดโอกาสให้แข้งสกอตต์ได้ลงเล่น

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังได้รับคำชมอย่างมาก หลังทำผลงานได้เยี่ยมในฤดูกาลนี้ รวมทั้งเกมล่าสุดที่ “ปีศาจแดง” บุกไปชนะ เชลซี 2-1 ในศึก คาราบาว คัพ รอบ 4 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันพุธที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    มิดฟิลด์ทีมชาติสกอตแลนด์ ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะกำลังสำคัญของ “ปีศาจแดง” โดยเฉพาะในช่วงที่ทีมขาด ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส โดยได้ลงเล่นตัวจริงในเกมลีกทุกแมตช์ เพราะถือเป็นผู้เล่นหัวใจสำคัญในแผนการสร้างทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    ก่อนหน้านี้ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เคยออกโรงชม แม็คโทมิเนย์ ว่าจะมีอนาคตสดใสแน่นอน และยกให้เป็น “หมาบ้า” คนใหม่ของ “ปีศาจแดง” หลังจากให้โอกาสได้ลงเล่นในช่วงที่ตัวเองยังทำงานในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

        มูรินโญ่ แสดงความเห็นไว้ตอนที่ “ปีศาจแดง” เจอกับ บาร์เซโลน่า ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วว่า “บาร์เซโลน่า ไม่ได้เป็น บาร์เซโลน่า ในเกมนี้ ผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีนักเตะ 1 คนที่มีส่วนกับเรื่องนี้ เนื่องจากผมคิดว่า สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำได้เยี่ยมในแผงมิดฟิลด์”

    “เขาทำได้เหมือนที่ผมเคยเรียกเขา แต่สิ่งที่ผมเรียกมันสื่อไปในแง่ดีนะ นั่นก็คือ เขาเป็นเหมือนหมาบ้า เขาไม่กลัวใคร ต้องยอมรับเขา เขากดดันหนัก และเคลื่อนที่ไปในที่ที่ต้องเข้ากดดันคู่แข่ง เขากดดันสูง และสร้างปัญหาให้กับการขึ้นเกมของ บาร์เซโลน่า” มูรินโญ่ กล่าว

    ขณะที่ ดาวเตะวัย 22 ปี เผยว่า ตนยังคงติดต่อกับ มูรินโญ่ อยู่เสมอ แม้ว่า “เฮียมู” จะโดนไล่ออกจากตำแหน่งไปตั้งแต่เดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา และยอมรับว่า เป็นหนี้บุญคุณกุนซือชาวโปรตุกีส อย่างมาก

        แม็คโทมิเนย์ เปิดใจว่า “แน่นอนผมไม่อยากพูดอะไรมากนักเกี่ยวกับผู้จัดการทีมคนก่อน แต่ โชเซ่ เป็นอะไรที่พิเศษมากๆ สำหรับผม เขายังคงติดต่อกับผมในเวลานี้ และมักจะติดต่อมาหาผมหลังจบการแข่งขันบางนัด”

        “เขามีพื้นที่พิเศษอยู่ในใจผมเสมอ และในหัวใจของครอบครัวผม เพราะเขาเป็นคนที่ให้ผมได้เข้ามาอยู่ในทีม เขาเชื่อมั่นในตัวผม เขาเป็นคนที่พร้อมให้ความเชื่อมั่นกับคุณ ผมเป็นหนี้บุญคุณเขามากมายมหาศาล เพราะถ้าไม่มีเขา ผมก็อาจไม่ได้มาอยู่ตรงจุดนี้” กองกลางสกอตต์ เผย

    ด้าน แฟนบอล “ปีศาจแดง” หลายราย แสดงความเห็นในโลกออนไลน์ถึง มูรินโญ่ กับ แม็คโทมิเนย์ อาทิผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อว่า @nigej77 ที่ทวีตข้อความว่า “มูรินโญ่ คิดถูกเกี่ยวกับ แม็คโทมิเนย์ นักเตะชั้นยอด”

    ขณะที่ @ORohitO แสดงความเห็นว่า “ผมเกลียดหลายอย่างเกี่ยวกับ มูรินโญ่ แต่ผมจะเป็นหนี้เขาตลอดไปที่ให้ แม็คโทมิเนย์ ได้โอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่” 

post

แรชฟอร์ดฮีโร่เบิ้ล! แมนยูย้ำแค้นเบียดเชลซีลิ่วรอบ8ทีม คาราบาวคัพ

Football-279

มาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวยิง “ปีศาจแดง” สวมบทฮีโร่เหมาคนเดียว 2 ประตูพาทีมบุกเชือด เชลซี 2-1 หยุดความร้อนแรงของทัพ “สิงห์บลูส์” เฮ 3 เกมรวดในทุกรายการ ลอยลำเข้าไปเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) คืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี พาทีมเข้ารอบนี้ หลังชนะกริมสบี้ 7-1 ก่อนชนะเบิร์นลี่ย์ 4-2 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 7 นัดติด

    ทางด้าน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด พาทีมเข้ารอบนี้ หลังชนะจุดโทษรอชเดล ก่อนชนะนอริช ซิตี้ 3-1 ในเกมล่าสุด เป็นชัยชนะ 2 นัดติด

    ครึ่งแรกผ่านมา 10 นาทีรูปเกมยังค่อนข้างอึดอัดเล่นแบบรัดกุมด้วยกันทั้งคู่แต่เป็น “สิงห์บลูส์” ที่ครองบอลดีกว่านิดหน่อย ส่วนทาง “ปีศาจแดง” มาเสียใบเหลืองเร็วจากจังหวะ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เสียบอันตรายใส่ มาเตโอ โควาซิช

    นาทีที่ 13 “ปีศาจแดง” เกือบได้ประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุมทางฝั่งขวาของ แดเนี่ยล เจมส์ เล่นลูกสูตรจ่ายสั้นเข้ากรอบเขตโทษ และเป็น สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ วิ่งเข้ามาซัดด้วยขวาเฉียดเสาไปนิดเดียว

    แต่แล้วนาทีที่ 24 “ปีศาจแดง” มาได้ลูกจุดโทษอีกแล้วจากจังหวะ มาร์กอส อลอนโซ่ ไปเบียด แดเนี่ยล เจมส์ ร่วงลงไปกองกับพื้น ก่อนเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด รับหน้าที่สังหารคราวนี้ไม่พลาด เชลซี 0 แมนฯ ยูไนเต็ด 1

    ก่อนหมดครึ่งแรกนาทีที่ 35 เป็นเกมที่แฟนบอลทั้งสองทีมค่อนข้างอึดอัดโอกาสยิงประตูมีน้อยเน้นไปที่การสู้กันในแดนกลางมากกว่า โดยเฉพาะ เจ้าถิ่นยังซัดไม่ตรงกรอบซักครั้ง

    นาทีต่อมาเป็น เจสซี่ ลินการ์ด รับบอลจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด หน้ากรอบเขตโทษก่อนลองปั่นโค้งด้วยขวาแต่บอลเบาไปเข้ามือ วิลลี่ กาบาเยโร่ รับไว้ไม่ยาก

    หมดครึ่งเวลาแรก เชลซี 0 แมนฯ ยูไนเต็ด 1

    ครึ่งหลังนาทีที่ 50 “สิงห์บลูส์” พลาดโอกาสทิงตีเสมอจากจังหวะขึ้นเกมทางริมเส้นฝั่งซ้าย มาร์กอส อลอนโซ่ ก่อนปาดเข้ากลางให้ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ยิงผิดเหลี่ยมบอลไหลผ่านหน้าประตูออกหลังเหลือเชื่อ

    2 นาทีต่อมาเจ้าถิ่นโหมหนักเป็น แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ พยายามทิ้งตัวสกัดบอลแต่โชคร้ายมาเข้าทาง มาร์ค กูเอฮี ยืนหวดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษแต่ยังดีมี เฟร็ด ตามมาบล็อคช่วย “ปีศาจแดง” เอาไว้ได้ทัน

    นาทีที่ 57 “สิงห์บลูส์” เริ่มดีกว่าชัดเจนเป็นจังหวะทิ้งบอลยาวของ คริสเตียน พูลิซิช ให้ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดตามน้ำบอลข้ามคานออกไปนิดเดียว

    โหมกระหน่ำอยู่นานสุดท้ายนาทีที่ 61 เจ้าถิ่นตามตีเสมอสำเร็จจากบอลยาวของ วิลลี่ กาบาเยโร่ หวดมาเข้าทาง มิชี่ บาตชูอายี่ โซโล่เดี่ยวจากครึ่งสนามเบียด แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ก่อนยิงเลียดเสียบเสาสุดสวย เชลซี 1 แมนฯ ยูไนเต็ด 1

นาทีที่ 73 “ปีศาจแดง” ทะยานออกนำอีกครั้งจากลูฟฟรีคิกระยะร่วม 30 หลาของ มาร์คัส แรชฟอร์ด วิ่งมาสับเต็มข้อด้วยขวาบอลพุ่งส่ายเสียบใต้คานงามหยด เชลซี 1 แมนฯ ยูไนเต็ด 2

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที เชลซี เกือบตีเสมออีกครั้งจากลูกยิงด้วยซ้ายในเขตโทษของ มาร์กอส อลอนโซ่ บอลไปติดเซฟ เซร์คิโอ โรเมโร่ หลุดออกหลังไป

    ช่วงท้ายเกม “ปีศาจแดง” เกือบบวกสกอร์เพิ่มจากลูกปั่นโค้งของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

    จบเกม เชลซี 1 แมนฯ ยูไนเต็ด 2 เป็นลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ย้ำแค้นลอยลำผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    เชลซี (4-3-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – รีซ เจมส์, คัวร์ท ซูม่า, มาร์ค กูเอฮี, มาร์กอส อลอนโซ่ – มาเตโอ โควาซิช, บิลลี่ กิลมัวร์ (เมสัน เมาท์ น.70), จอร์จินโญ่ – คริสเตียน พูลิซิช (เปโดร โรดริเกซ น.70), มิชี่ บาตชูอายี่ (แทมมี่ อับราฮัม น.78), คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย

    ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด  

    แมนฯ ยูไนเต็ด (3-4-1-2) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ (อ็องโตนี มาร์กซิยาล น.66), แฮร์รี่ แม็กไกวร์, มาร์กอส โรโฮ – อารอน วาน-บิสซาก้า, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เฟร็ด – เจสซี่ ลินการ์ด (อันเดรียส เปเรร่า น.67) – แดเนี่ยล เจมส์, มาร์คัส แรชฟอร์ด (แอชลี่ย์ ยัง น.80)

    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา