post

“ฮาลันด์” ทำลายสถิติยิง 4 แฮตทริกไวสุดในพรีเมียร์ลีก แซงหน้าตำนาน “ปีศาจแดง” ได้แล้ว

3 ประตูจาก เออร์ลิง ฮาลันด์ เมื่อคืน ส่งเจ้าตัวขึ้นบัลลังก์ยิง 4 แฮตทริกเร็วสุดในพรีเมียร์ลีก โค่นตำนานแมนยูฯ ลงจากตำแหน่งราชาได้สำเร็จ

หลังจากเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง เอติฮัด สเตเดียม เอาชนะ วูล์ฟแฮมตัน ไปด้วยสกอร์ 3-0 ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

เกมนี้ “เรือใบสีฟ้า” ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ได้ทั้ง 3 ประตูจาก เออร์ลิง ฮาลันด์ ในนาทีที่ 40, 50 และ 54 ซึ่งส่งผลให้เป็นแฮตทริกที่ 4 ที่เจ้าตัวทำได้ใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

และยังส่งผลให้เจ้าตัวเป็นนักเตะที่ทำ 4 แฮตทริก เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ซึ่งใช้เวลาแค่ 19 เกมเท่านั้น

ซึ่งทำลายสถิติของ รุด ฟาน นิสเตลรอย อดีตนักเตะ “ปิศาจแดง” ที่ใช้เวลาทั้งหมด 65 เกม ในการทำ 4 แฮตทริก และกลายเป็นสถิติที่ยากจะทำลายไปแล้ว โดยเจ้าตัวเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก ในเวลานี้ยิงไป 25 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ ในลีก 

post

“ผีแดง” พลาดเอง โดนปืนใหญ่ไล่เจ๊า 1-1 ศึกพรีเมียร์ลีก

Football-237

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 ประจำวันจันทร์ที่ 30 ก.ย. “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 11 ของตาราง เปิดสนามโอลด์ แทรฟเฟิร์ด รับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล อันดับ 8 ของตาราง

เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 8 แมนฯยู ได้ทักทายก่อน จากจังหวะที่ แดเนียล เจมส์ เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษฝั่งซ้ายไปจนสุดเส้นหลังแล้วเปิดเข้ากลาง คาลัม แชมเบอร์ส สกัดออกหลังไปได้ และจากจังหวะเตะมุมฝั่งซ้าย แอชลีย์ ยัง เปิดบอลมาเสาสอง แฮร์รี แม็คไกวร์ โหม่งตั้งไปหน้าประตู มาร์คัส แรชฟอร์ด ไม่พร้อมเล่นเลยยิงแป้กออกหลังไป

จากนั้นนาทีที่ 29 โอกาสของแมนฯยู อีกครั้ง อันเดรียส เปเรรา พาบอลกระชากจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษ ก่อนโยกหนีกองหลังแล้วซัดด้วยซ้าย แบรนด์ เลโน นายด่านอาร์เซนอล รับกระฉอกเล็กน้อยก่อนคว้าบอลไว้ได้ จังหวะนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่นั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์ถึงกับเสียดาย

เกมเปิดแลกกันสนุก นาทีที่ 30 อาร์เซนอลได้ลุ้นบ้าง เมื่อ บูยาโก ซากา จ่ายบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ นิโคลัส เปเป ซัดด้วยซ้าย บอลข้ามคานน่าผิดหวัง

นาทีที่ 43 แมนฯยู หวิดขึ้นนำจากจังหวะที่ พอล ป็อกบา จ่ายบอลทะลุช่องอย่างสวยให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กระชากเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย แต่ไปเสียจังหวะลื่มล้มยิงแป้กอย่างน่าเสียดาย

และในนาทีที่ 44 อาร์เซนอล เกือบได้เฮ จากจังหวะที่ บูยาโก ซากา กระชากเข้าเขตโทษแล้วซัดด้วยซ้าย ดาบิด เดเคอา ปัดมาเข้าทาง มัตเตโอ เก็นดูซี ซ้ำอีกที เดเคอา ก็ยังปิดมุมเซฟออกไปได้

ถึงนาทีที่ 45 แมนฯยู ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ แดเนียล เจมส์ สปีดพาบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาก่อนเปิดเรียดเข้ากลาง บอลเลยไปถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด ขยันตามไปเอาบอลก่อนจ่ายย้อนมาหน้าเขตโทษให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ซัดด้วยขวา บอลพุ่งเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำ อาร์เซนอล 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 51 อาร์เซนอล ได้ลุ้นจากจังหวะที่ ลูคัส ตอร์เรรา วอลเลย์ด้วยขวาในเขตโทษแต่โดนไม่เต็ม เดเคอา รับได้สบาย

จากนั้นนาทีที่ 55 อาร์เซนอล ได้ฟรีคิกระยะไกล ดาวิด ลุยซ์ ซัดเต็มข้อ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ โหม่งสกัดทิ้งออกไปได้

ถึงนาทีที่ 58 อาร์เซนอล ตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ อักเซล ตวนเซเบ แบ็กซ้ายของยูไนเต็ด จ่ายบอลเข้ากลางพลาดมาเข้าทาง บูยาโก ซากา จ่ายบอลจังหวะเดียวเข้าเขตโทษให้ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ยิงเข้าไป

ถัดมานาทีเดียว อาร์เซนอลเกือบแซงนำ จากจังหวะที่ มัตเตโอ เก็นดูซี จ่ายบอลทะลุเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ คัลลัม แชมเบอร์ส ปาดเข้ากลาง บูยาโก ซากา ได้ซัดเน้นๆ บอลแฉลบ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 64 แมนฯยู น่าได้ลูกที่สอง จากจังหวะที่ พอล ป็อกบา บรรจงปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลโค่งเฉี่ยวเสาสองออกไปนิดเดียว

และในนาทีที่ 69 แมนฯยู เกือบได้อีกแล้ว คราวนี้เป็น แอชลีย์ ยัง เปิดเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ พุ่งมาโหม่งข้ามคานนิดเดียว และถัดมา 4 นาที เจ้าถิ่นชวดได้ประตูอีกครั้ง เมื่อ แฮร์รี แม็คไกวร์ ซัดจากหน้าเขตโทษ แบรนด์ เลโน ปัดออกไปได้หวุดหวิด

เข้าสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 90+1 แมนฯยู ได้ฟรีคิกหน้าเขตโทา มาร์คัส แรชฟอร์ด ซัดเน้นๆ แบรนด์ เลโน พุ่งปัดออกไปได้

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ อาร์เซนอล 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK), แฮร์รี แม็คไกวร์, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, อักเซล ตวนเซเบ, แอชลีย์ ยัง, สกอตต์ แมคโทมิเนย์, พอล ป็อกบา, เจสซี ลินการ์ด, อันเดรียส เปเรรา, แดเนียล เจมส์, มาร์คัส แรชฟอร์ด

อาร์เซนอล: แบรนด์ เลโน (GK), โซคราติส ปาปาสธาโทปูลอส, ดาวิด ลุยซ์, คัลลัม แชมเบอร์ส, เซอัด โคลาซินัช, มัตเตโอ เก็นดูซี, กรานิต ชากา, ลูคัส ตอร์เรรา, บูยาโก ซากา, นิโคลัส เปเป, ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง

post

เดือด!ลิเวอร์พูลขอเฮ6นัดติด ‘ซาลาห์’ พร้อมซัด,เชลซียิ้ม ‘ก็องเต้’ คืนทัพล่า

Football-212

คู่เดือดประจำวัน…”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จ่าฝูงลุ้นคว้าชัย 6 นัดรวดโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พร้อมลงลั่นไกเกมเยือนถิ่น “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ หายเจ็บพร้อมลงช่วยปิดสกอร์ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ ID Station, เวลา : 22.30 น.

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ สิงโตน้ำเงินคราม พาทีมไม่แพ้ใครในลีกมา 4 เกมติดต่อกัน ทว่าเมื่อกลางสัปดาห์ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาสะดุดแพ้ บาเลนเซีย 0-1 คาบ้านของตัวเอง

    ส่วนในลีกเมื่อสัปดาห์ก่อนโชว์ฟอร์มได้สุดยอดด้วยการบุกถล่ม วูล์ฟแฮมป์ตัน 5-2 จาก แฮต-ทริกของ แทมมี่ อับราฮัม

    เชลซี ต้องลุ้นความฟิตของ เมสัน เมาน์ต ตัวรุกคนสำคัญที่เจ็บข้อเท้าจากเกม ชปล.เมื่อกลางสัปดาห์

    ข่าวดีก็คือ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ หายเจ็บและซ้อมได้เต็มที่แล้วน่าจะลงเล่นเกมนี้ได้เลย ทว่า เอเมอร์สัน ที่เจ็บต้นขายังลงไม่ได้เช่นเดิม

    เช่นเดียวกับ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (เอ็นร้อยหวาย) และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค (น่อง) ยังไม่พร้อมทั้งคู่

    ฟาก เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพาทีมออกสตาร์ตด้วยชัยชนะ 5 เกมติดต่อกัน โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนเปิดรัง แอนฟิลด์ ถล่ม นิวคาสเซิ่ล ไป 3-1

    อย่างไรก็ตามใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาออกไปแพ้ให้กับ นาโปลี 0-2 ที่ อิตาลี

    ดีว็อค โอริกี้ กองหน้าเบลเยี่ยมมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าไม่น่าจะมีชื่อในเกมนี้

    นาบี เกอิต้า ผู้เล่นมิดฟิลด์กลับมาซ้อมได้เต็มที่แล้ว ขณะที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ โกล์มือ 1 และ เนธาเนี่ยล ไคลน์ ยังคงไม่พร้อมสำหรับเกมนี้เช่นเคย

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
    เชลซี (3-4-2-1) : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – อันโตนิโอ รือดิเกอร์, อันเดรส คริสเตนเซ่น, ฟิคาโย่ โทโมริ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์กอส อลอนโซ่ – วิลเลี่ยน, เมสัน เมาน์ต (คริสเตียน พูลิซิช) – แทมมี่ อับราฮัม
    ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌเอล มาติ๊ป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

    ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์


ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
– เชลซี ชนะเวลาเจอทีมจ่าฝูง ณ วันนั้น 18 ครั้งมากสุดในลีก
– เกมเชลซีลงสนามีการทำประตู 22 ลูก สูงสุดลีกร่วมกับ แมนฯ ซิตี้
– เชลซี เสีย 11 ประตูในลีกซีซั่นนี้ มีเพียง นอริช (12) ที่เสียมากกว่า
– เชลซี ยังเก็บคลีนชีตไม่ได้เลยตลอดทั้ง 6 นัดรวมทุกรายการซีซั่นนี้
– เชลซี ไม่ชนะใน 3 เกมหย้าซีซั่นนี้เป็นสถิติแย่สุดตั้งแต่ตอนอยู่ดิวิชั่น 2 (เดิม) ซีซั่น 198-89
– ลิเวอร์พูล หวังเป็นทีมแรกที่เปิดหัวชนะรวด 6 เกมลีก สองฤดูกาลติดต่อกัน
– ลิเวอร์พูล ชนะเกมลีก 14 นัดติดต่อกัน เป็นสถิติสโมสรและตามหลังสถิติลีกที่ แมนฯ ซิตี้ ทำไว้ 18 นัด เดือนธันวาคม 2017
– ลิเวอร์พูล แพ้หนเดียวจาก 44 เกมพรีเมียร์ลีกหลังสุด (ชนะ 36 เสมอ 7)
– ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไร้พ่ายในลีก 22 นัดติดต่อกันเป็นสถิติสโมสร (ชนะ 18 เสมอ 4)
– ลิเวอร์พูล ชนะหนเดียวจาก 12 เกมลีกนอกบ้านหลังสุดที่พบทีมบิ๊กซิกซ์ (เสมอ 6 แพ้ 5)
– ลิเวอร์พูล ขึ้นนำตอนพักครึ่ง และชนะตอนครบ 90 นาทีทั้ง 5 เกมลีกซีซั่นนี้
– ซาดิโอ มาเน่ ยิงไปแล้ว 49 ประตูจาก 97 เกมพรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูล


ผลการพบกันที่ผ่านมา
วันเดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน

15/08/19    ซูเปอร์คัพ    ลิเวอร์พูล     2-2 เชลซี
14/04/19    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล    2-0 เชลซี
29/09/18    พรีเมียร์ลีก    เชลซี    1-1 ลิเวอร์พูล
27/09/18    ลีก คัพ    ลิเวอร์พูล    1-2 เชลซี
06/05/18    พรีเมียร์ลีก    เชลซี    1-0 ลิเวอร์พูล
26/11/17    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล    1-1 เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลัง
เชลซี
17/09/19    แพ้ บาเลนเซีย 0-1 (เหย้า) ชปล.
14/09/19    ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 5-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
31/08/19    เสมอ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
24/08/19    ชนะ นอริช ซิตี้ 3-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
18/08/19    เสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล
17/09/19    แพ้ นาโปลี 0-2 (เยือน) ชปล.
14/09/19    ชนะ นิวคาสเซิ่ล 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
31/08/19    ชนะ เบิร์นลี่ย์ 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
24/08/19    ชนะ อาร์เซน่อล 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
17/08/19    ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

post

มาแล้ว “ซาเวจ” ทำนายผลพรีเมียร์ลีก 9 คู่ 2 ทีมใหญ่แพ้

Football-211
ร็อบบี ซาเวจ อดีตกองกลางชื่อดัง ออกมาทำนายผลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์นี้ ที่เหลืออีก 9 คู่ มีทีมใหญ่แพ้ 2 ทีม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 21 ก.ย. ร็อบบี ซาเวจ อดีตกองกลางของ เลสเตอร์ ซิตี้ ออกมาทำนายผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์นี้ ที่เหลืออีก 9 คู่ โดยมองว่า “สิงโตน้ำเงิน” เชลซี จะแพ้ ลิเวอร์พูล คาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ขณะที่ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ จะบุกไปแพ้ เลสเตอร์ ซิตี้

ผลการแข่งขันที่ ซาเวจ ทำนายมีดังนี้

วันที่ 21 ก.ย. 2562

เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ 2-1

เบิร์นลีย์ ชนะ นอริช ซิตี้ 2-1

เอฟเวอร์ตัน ชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ วัตฟอร์ด 3-0

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ชนะ ไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน 1-0

วันที่ 22 ก.ย. 2562

คริสตัล พาเลซ ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส 2-1

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2

อาร์เซนอล ชนะ แอสตัน วิลลา 2-0

เชลซี แพ้ ลิเวอร์พูล 2-3

post

ทีมยอดแย่พรีเมียร์ลีก แข้งแมนซิ,อาร์เซน่อล สุดบู่รับรั่ว

Football-159

มาดูทีมยอดแย่ประจำสัปดาห์กันบ้าง สัปดาห์นี้นำโดยบรรดาแนวรับที่พร้อมใจกันทำผลงานย่ำแย่ จะมีใครบ้างไปดูกันได้เลย

ผู้รักษาประตู : รุย ปาทริซิโอ(วูล์ฟส์)

Football-160

    เป็นวันที่แย่ของนายด่านทีมชาติโปรตุเกสจริงๆ โดนยิงในบ้านตัวเองถึง 5 ลูก และทีมก็แพ้ไปย่อยยับ ซึ่งนับเป็นการเสีย 5 ประตูในโมลินิวซ์ ครั้งแรกนับตั้งแต่พ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-5 เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2012

กองหลัง : โรเมน ซาอิสส์(วูล์ฟส์)

    โดนแนวรุกเชลซีเล่นงานจนเสียกระบวนท่า เกมนี้เขาไม่สามารถตัดบอลได้เลยสักครั้ง

กองหลัง : อาร์เธอร์ มาซูอากู(เวสต์แฮม)

    เข้าบอลไม่ระวังจนโดนใบเหลืองที่สอง ไล่ออกจากสนาม

กองหลัง : นิโกลัส โอตาเมนดี้(แมนฯซิตี้)

Football-161

    น่าโดนตำหนิที่สุดที่พลาดเสียบอลหน้าประตูตัวเองจนทำให้ทีมเสียประตู แถมตลอดทั้งเกมยังดูไม่น่าเชื่อใจได้เลย

กองหลัง : โซคราติส(อาร์เซน่อล)

Football-162

    หากใครได้ดูเกมนี้ หรือดูไฮไลท์ คงทราบดีถึงความผิดพลาดของแนวรับทีมชาติกรีซคนนี้ ไม่มีเหตุผลใดๆเลยที่เขาจะต้องทำแบบนั้น

กองหลัง : พาทริก ฟาน อันโฮลท์(คริสตัล พาเลซ)

    โชคร้ายบอลมาโดนตัวเปลี่ยนทางเป็นประตู อย่างไรก็ตามผลงานโดยรวมของ ฟาน อันโฮลท์ ไม่ได้ดีเท่าไหร่เลย

กองกลาง : จอนโจ้ เชลวี่ย์(นิวคาสเซิ่ล)

    เล่นต้นเกมทำท่าจะเล่นดี แต่พอเวลาเดินไปเรื่อยๆ ก็ถูกผู้เล่นลิเวอร์พูล จัดการอยู่หมัด

กองกลาง : ดาบิด ซิลบา(แมนฯซิตี้)

Football-163

    สร้างสรรค์เกมรุกให้ซิตี้ ไม่ดีเลย เล่นไม่ออก เป็นเกมที่เขาเล่นได้แย่มาก จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง

กองกลาง : อิลคาย กุนโดกัน(แมนฯซิตี้)

    อีกหนึ่งแข้งเรือใบสีฟ้าที่โชว์ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานและก็ถูกเปลี่ยนตัวออกในเวลาไล่เลี่ยกับดาบิด ซิลบา

กองหน้า : เจมี่ วาร์ดี้(เลสเตอร์)

Football-164

    โดนแนวรับแมนฯยูไนเต็ด ตามประกบจนเล่นไม่ออก และตามสถิติพบว่าวาร์ดี้ ไม่มีโอกาสง้างเท้าทำประตูเลยสักครั้งในเกมนี้

กองหน้า : เวสลี่ย์(แอสตัน วิลล่า)

post

แข้งเชลซีโดดเด่น-นอริชไม่น้อยหน้า ติดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 5

Football-149

ทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์พรีเมียร์ลีก นัดที่ 5 ผู้เล่นจากเชลซี ติดทีมมากที่สุด ส่วนนักเตะจากทีมล้มยักษ์ นอริช ก็ติดมาเช่นเดียวกัน ที่เหลือจะมีใครบ้าง ไปดูกันได้เลย

ผู้รักษาประตู : ลูคัส ฟาเบียงสกี้(เวสต์แฮม)

    ช่วยเซฟประตูให้กับขุนค้อนได้ถึง 5 ครั้ง พาทีมรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ในค่ำคืนที่เวสต์แฮม ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน

กองหลัง :  แฮร์รี่ แม็กไกวร์(แมนฯยูไนเต็ด)

Football-150

    ทำหน้าที่ได้ดีในเกมที่เผชิญหน้ากับทีมเก่า แม็กไกวร์ ดวลเอาชนะผู้เล่นเลสเตอร์ ได้ถึง 6 จาก 10 ครั้ง, 4 ครั้งในเรื่องลูกกลางอากาศ รวมถึงเคลียร์บอลได้ 5 ครั้ง และแย่งบอลคืนกลับมาได้อีก 6 ครั้ง 

กองหลัง : ฟิคาโย่ โทโมริ(เชลซี)

Football-151

    แนวรับวัย 21 ปี ได้รับโอกาสเป็นตัวจริง และทำประตูได้อย่างสุดสวย เรื่องเกมรับโทโมริ ยังจัดการราอูล ฮิเมเนซ ได้อยู่หมัด

กองหลัง : แซม บายรัม(นอริช)

Football-152

    แม้ทีมจะเสียสองประตู แต่ความโดดเด่นของแบ็กขวา วัย 26 ปี รายนี้ 

กองกลาง : เมสัน เมาท์(เชลซี)

    ยิ่งเล่นยิ่งดี และเป็นนักเตะที่แฟร้งค์ แลมพาร์ด โปรดปรานมากเป็นพิเศษ เกมนี้ยังยิงประตูได้อีกด้วย

กองกลาง : เคนนี่ แม็คลีน(นอริช)

Football-153

    มิดฟิลด์เลือดสกอตช์ เล่นได้ดีเหลือเกิน แถมยังยิงประตูใส่แชมป์เก่าได้ เล่นเกมรับได้ดีมากคอยไล่ตัดเกมของแมนซิตี้ โดยเกมนี้เขาเคลียร์บอลได้ 7 ครั้ง

กองกลาง : เอมิเลียโน่ บุนเดีย(นอริช)

Football-154

    อีกหนึ่งผู้เล่นสุดโดดเด่นของนกขมิ้นเหลืองอ่อน แม้จะไม่มีประตูเขาเพลย์เมคเกอร์ฟ้า-ขาว วัย 22 ปี ก็จัดแอสซิสต์ให้เพื่อนได้ 2 ครั้ง ไม่แปลกที่เขาจะได้รับฉายาจอมแอสซิสต์แห่งศึกแชมเปี้ยนชิก เมื่อซีซั่นที่แล้ว

กองกลาง : มูสซ่า เฌเนโป้(เซาธ์แฮมป์ตัน)

Football-155

    ปีกจอมเลื้อยชาวมาลี ซัดประตูชัยให้เซาธ์แฮมป์ตัน บุกฉกสามแต้มจากถิ่นเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

กองหน้า : ซน ฮึง-มิน(สเปอร์ส)

Football-156

    อาซนเล่นได้เด่นสุดเกินใครในทีมสเปอร์ส เขามักจะทำประตูได้บ่อยๆเมื่อได้เล่นที่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม ซึ่งตามสถิติก็บอกว่าเขาคือดาวซัลโวที่สนามแห่งนี้ โดยยิงได้ 4 จาก 7 นัดที่นี่

กองหน้า : แทมมี่ อับราแฮม(เชลซี)

Football-157

    ฟอร์มฮอตเกินห้ามใจ หลังก่อนหน้านี้ 2 เกม ยิงได้ 2 ประตูทั้งสองนัด มาเกมนี้ เจ้าหนูแทมมี่จัดแฮตทริกมาฝากแฟนๆสิงห์บลูส์ ซึ่งทำให้เขาเป็นนักเตะคนที่สามในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ทำประตูได้อย่างน้อย 2 ลูก 3 เกมติด ในช่วงอายุต่ำกว่า 21 ปี ต่อจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เมื่อปี 2006 และ เดเล่ อัลลี เมื่อปี 2017

    นอกจากนี้อับราแฮม ยังเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงแฮตทริกและทำเข้าประตูตัวเองได้ในเกมเดียวกัน

กองหน้า : ซาดิโอ มาเน่(ลิเวอร์พูล)

Football-158

    ยิงประตูด้วยความเฉียบคมพาลิเวอร์พูล ยิงประตูตีเสมอนิวคาสเซิ่ล เขาเป็นคนแรกที่เล่นในบ้านตัวเองแล้วทีมไม่เคยแพ้ใคร 50 นัดติดต่อกัน

post

จ่าฝูงไร้พ่าย!! “ลิเวอร์พูล” เปิดบ้านอัด “นิวคาสเซิล” 3-1 ทำสถิติชนะ 5 นัดรวด!!

Football-89

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019/20 วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน ลิเวอร์พูล เปิด สนามแอนฟิลด์ เอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไปได้ 3-1

โดยเกมนี้ครึ่งแรกเป็นทางทีมเยือน สาลิกาดง ที่ออกนำไปก่อน 0-1 จาก เยโทร วิลเลมส์ นาทีที่ 7 ต่อมาเจ้าบ้าน หงส์แดง ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จาก ซาดิโอ มาเน่ นาทีที่ 27 และ ลิเวอร์พูล พลิกขึ้นนำ 2-1 ในนาทีที่ 40 จากซาดิโอ มาเน่ คนเดิม จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ นิวคาสเซิล 2-1

ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล มาได้ประตูปิดท้าย เป็น 3-1 จากจังหวะที่ ฟีร์มิโน แทงทะลุให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงมุมแคบด้วยซ้ายเข้าประตูไป นาทีที่ 72

จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไปได้ 3-1 ทำให้ ลิเวอร์พูล คว้าชัยในลีกซีซั่นนี้ 5 เกมรวด และนัดที่ 14 ในลีกติดต่อกัน ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงต่อไปมี 15 แต้มเต็ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล : อาเดรียน,แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน,เวอร์จิล ฟาน ไดค์,โจเอล มาติป,เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์,จินี่ ไวจ์นัลดุม (เซอร์ดาน ชาคิรี่ น.83),ฟาบินโญ่,อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (เจมส์ มิลเนอร์ น.75),โม ซาลาห์,ซาดิโอ มาเน่,ดิว็อค โอริกี้ (โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น.37)

นิวคาสเซิล : มาร์ติน ดูบราฟก้า,เยโทร วิลเลมส์,พอล ดัมเม็ต,จามาล ลาสเซลล์,ฟาเบียน ชาร์ (เฟเดริโก้ เฟอร์นันเดซ น.80),เอมิล คราฟต์ (ฆาบี มันกีโญ่ น.67),มิเกล อัลมิรอน (โยชิโนริ มุโตะ น.67),จอนโจ เชลวีย์,ไอแซค เฮย์เดน,คริสเตียน อัตซู,โจลินตัน

Football-90
Football-91
Football-93

แว็งซองต์ กอมปานี ยก เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังเจ๋งสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

Football-65

แว็งซองต์ กอมปานี ตำนานกองหลังแมนซิตี้ ออกมาชี้ว่าสำหรับตนเองแล้ว เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค คือกองหลังที่เจ๋งเป้งที่สุดเท่าที่พรีเมียร์ลีกเคยมีมา แม้ว่ากัปตันทีมชาติฮอลแลนด์จะเพิ่งย้ายมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกได้ไม่กี่ปีเท่านั้น

เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ โดยระหว่างนั้นเจ้าตัวมักจะถูกค่อนแคะอยู่เสมอว่าค่าตัวเกินความจริง ทว่าหลังจากที่ปรับตัวได้เรียบร้อย เซ็นเตอร์แบ็กวัย 27 ปี ก็ได้แสดงความยอดเยี่ยมออกมาด้วยฝีเท้า ชนิดที่ตอกหน้าเหล่านักวิจารณ์ได้แบบอยู่หมัด

แว็งซองต์ กอมปานี กล่าวว่า “แน่นอนว่า เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค คือกองหลังที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยนะ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมาอย่างยาวนานเหมือนกับ จอห์น เทอร์รี่ หรือว่า ริโอ เฟอร์ดินานด์ แต่ผมคิดว่าถ้าเขาอยู่เล่นแบบนี้ไปได้ยาว ๆ เขาก็จะเป็นผู้เล่นในระดับท็อปแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ”

Football-66

“ทำไมผมถึงบอกว่าเขาเจ๋งที่สุดงั้นเหรอ คุณก็ดูสิว่าแนวรับของลิเวอร์พูลเป็นยังไงระหว่างก่อนที่เขาจะย้ายมา กับตอนที่เขาย้ายมาแล้ว ใคร ๆ ก็น่าจะดูออกนะว่าตอนนี้แนวรับของลิเวอร์พูลแกร่งขึ้นมากจนน่าตกใจ”

ทั้งนี้ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 78 นัด ทำได้ 8 ประตู  และในฤดูกาลที่แล้วด้วยฟอร์อันยอดเยี่ยมของเขา และแนวรับคนอื่น ๆ ช่ววยให้ หงส์แดง เสียประตูในลีกไปแค่ 22 ลูกเท่านั้น

ผมกลับมาแล้ว! เผย “เกอิตา” พร้อมคืนสนามช่วย หงส์แดง ฉะ สาลิกาดง

Football-64

​นาบี เกอิตา กองกลาง ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่าแห่งศึก พรีเมียร์ลีก จะสามารถกลับมาช่วยทีมลงสนามได้อีกครั้งหลังช่วงเบรกทีมชาตินี้ตามรายงานของ ดิ เอ็กซ์เพรซ

โดย เกอิตา ได้รับบาดเจ็บมาตั้งแต่ช่วงที่ไปช่วยทีมชาติ กินี ทำศึกแอฟริกันคัพออฟเนชันส์แล้ว และยังไม่ได้ช่วย หงส์แดง เลยในฤดูกาลนี้

แต่จากรายงานก็เชื่อว่านักเตะวัย 24 จะสามารถกลับมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในเกมที่จะเจอกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด วันเสาร์นี้ได้เลย

อย่างไรก็ตามแม้ เกอิตา จะหายทันจริงๆ แต่เขาเองก็ยังคงต้องเรียกแมตช์ฟิตเนตไปซักพักก่อนจะเบียดลงสนามให้ หงส์แดง ที่เปิดฤดูกาล พรีเมียร์ลีก อย่างสวยงามด้วยการเอาชนะมาทุกนัดได้

ส่วนผู้เล่นคนสำคัญอีกหนึ่งรายอย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์ ก็ยังไม่มีกำหนดกลับมาจากอาการบาดเจ็บที่น่องหลังเพิ่งลงช่วยทีมไปแค่นัดเปิดฤดูกาลเท่านั้น

​นาบี เกอิตา กองกลาง ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่าแห่งศึก พรีเมียร์ลีก จะสามารถกลับมาช่วยทีมลงสนามได้อีกครั้งหลังช่วงเบรกทีมชาตินี้ตามรายงานของ ดิ เอ็กซ์เพรซ

โดย เกอิตา ได้รับบาดเจ็บมาตั้งแต่ช่วงที่ไปช่วยทีมชาติ กินี ทำศึกแอฟริกันคัพออฟเนชันส์แล้ว และยังไม่ได้ช่วย หงส์แดง เลยในฤดูกาลนี้

แต่จากรายงานก็เชื่อว่านักเตะวัย 24 จะสามารถกลับมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในเกมที่จะเจอกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด วันเสาร์นี้ได้เลย

อย่างไรก็ตามแม้ เกอิตา จะหายทันจริงๆ แต่เขาเองก็ยังคงต้องเรียกแมตช์ฟิตเนตไปซักพักก่อนจะเบียดลงสนามให้ หงส์แดง ที่เปิดฤดูกาล พรีเมียร์ลีก อย่างสวยงามด้วยการเอาชนะมาทุกนัดได้

ส่วนผู้เล่นคนสำคัญอีกหนึ่งรายอย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์ ก็ยังไม่มีกำหนดกลับมาจากอาการบาดเจ็บที่น่องหลังเพิ่งลงช่วยทีมไปแค่นัดเปิดฤดูกาลเท่านั้น