post

“ซาร์” ออกมาโพสผ่านทางทวิตฯส่วนตัวว่า “หงส์แดง” คือทีมที่นักเตะทุกคนใฝ่ฝัน

Football-322

“อิสไมลา ซาร์” ปีกตัวจี๊ดฝีเท้าจัดจ้านของทัพ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด เผยว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่นักเตะทุกคนอยากย้ายมาเล่นด้วย

ปีกขวาทีมชาติเซเนกัล ตกเป็นข่าวกับสโมสร ลิเวอร์พูล ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หลังเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นซัด 5 ประตู 6 แอสซิสต์ ในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 หนึ่งในนั้นคือลูกที่เขาปลิดชีพใส่ทัพหงส์แดงให้พ่ายแพ้เป็นเกมเดียวของลีก

ทว่าเขาช่วยต้นสังกัดอย่างวัตฟอร์ดไว้ไม่ไหว จบอันดับ 19 ของตาราง เก็บได้เพียง 34 คะแนน จาก 38 นัด ตลอดทั้งฤดูกาลดังกล่าว ส่งผลให้ต้องลงไปเล่นในลีก เดอะแชมป์ชิพ อังกฤษ ซีซั่นที่กำลังจะมาถึง

อย่างไรก็ตาม แข้งวัย 22 ปี รายนี้ อาจรับโอกาสได้ลงเล่นบทลีกสูงสุดต่อไป หลังมีหลายทีมให้ความสนใจ แต่คาดว่าทัพแตนอาละวาดไม่มีทางปล่อยออกจากทีมไปง่ายๆ โดยสื่อต่างประเทศระบุว่าพวกเขาต้องการค่าตัวซาร์ไม่น้อยกว่า 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,620 ล้านบาท) เลยทีเดียว

โดยทาง ซาร์ ได้ออกมาโพสผ่านทาง ทวิตเตอร์ ส่วนตัว ว่า “ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ทุกคนอยากไปเล่นที่นั่น พวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้ และแชมเปียนส์ลีกเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังมีทีมยอดเยี่ยมอื่นๆ อีกในลีกอังกฤษ ผมบอกอย่างตรงไปตรงมาว่ายังไม่มีการตัดสินใจเกิดขึ้น ถ้าผมจะย้ายออกไปผมก็หวังว่ามันจะเป็นทีมที่ดี ในขณะนี้มันเป็นเพียงการคาดเดา”

post

เรื่องสุดฮา “ชากิรี” รับเคยตัดทรงไดโกโระ เลียนแบบไอดอล R9

มิดฟิลด์ขาลุยประจำทัพ “หงส์แดง” ยอมรับแบบหมดเปลือกว่า คลั่งไคล้ในตัวอดีตซุปตาร์ดาวยิงเลือดแซมบ้าเป็นอย่างมาก ถึงขั้นเคยตัดผมเลียนแบบและเคยเสียน้ำตามาแล้ว

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2563 “เซอร์ดาน ชากิรี” มิดฟิลด์ร่างตันของลิเวอร์พูล ออกมายอมรับว่าชื่นชอบในตัว R9 เป็นอย่างมาก พร้อมกับยกให้เป็นไอดอลสายลูกหนังด้วยเช่นกัน

โดยดาวเตะวัย 28 ปี เผยว่า คลั่งไคล้ในตัวดาวยิงจอมพลิ้วเชื้อสายบราซิลมาก ถึงขั้นตัดผมทรงไดโกโระเลียนแบบ และเคยเสียน้ำตาหลังเห็นไอดอลพ่ายแพ้ในเกมนัดชิงดำ ฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศสอีกด้วย

โดยทาง ซากีรี ได้กล่าวไว้ว่า “ผมชอบเขามาก ชอบสไตล์ของเขาและวิธีการเล่นก็น่ามหัศจรรย์มาก เขาคือไอดอลที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม”

“ผมเคยตัดผมที่เป็นทรงสามเหลี่ยม แบบเดียวกับเขาด้วยเมื่อปี 2002 (ทรงไดโกโระ) เพื่อนทุกคนที่โรงเรียนตกใจมากเมื่อเห็นผมทรงนี้ แต่ผมรักเขา และปัจจุบันก็ยังรักอยู่”

“เขาคือไอดอลคนสำคัญของผม และหวังว่าจะได้พบกับเขา แต่ผมไม่ได้เลียนแบบเขามากนักหรอก เพราะผู้เล่นแต่ละคนต่างมีความแตกต่าง ความเชี่ยวชาญ และความสามารถที่ไม่เหมือนกัน แต่เขาคือฮีโร่คนสำคัญของผมในตอนนั้น”

“ตอนเขาแพ้ในเกมที่พบกับฝรั่งเศส รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1998 ผมร้องไห้ออกมาเลยตอนอยู่ที่บ้าน เพราะเขาคือไอดอลคนสำคัญสำหรับผม”

post

ฟอร์มเข้าตา “ลิเวอร์พูล” เล็งคว้าปีกตัวเก่งจากจอร์แดน เสริมทัพ

Football-306

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าวกำลังจับตามองปีกตัวละครลับ ทีมชาติจอร์แดน ฝีเท้าเขาเก่งกาจไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

 “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คือหนึ่งในทีมที่สนใจ มูซา อัล ทามารี ปีกทีมชาติจอร์แดน ของ อาโปเอล นิโคเซีย สโมสรในลีกไซปรัส

อัล ทามารี วัย 22 ปี ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เมสซีแห่งจอร์แดน” โดยปี 2018 เคยมีข่าวกับทีมดังในอิตาลีอย่าง ฟิออเรนตินา

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวล่าสุด ระบุว่า เขากำลังได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรดังทั่วยุโรป รวมถึง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย

ทั้งนี้ อัล ทามารี นั้นมีสไตล์การเล่นไปกับบอลได้ดี กล้ากระชากลากเลื้อย และยิงประตูได้ค่อนข้างเฉียบคม และมีสีสันเป็นอย่างมาก

post

“คลอปป์” มีลุ้นพาทัพ “หงส์แดง” ทำ 2 ประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับทีม

Football-304

“เยอร์เกน คลอปป์” กุนซือเมืองเบียร์ของทีม “หงส์แดง” ยอดทีมจากอังกฤษ มีแววที่จะนำสโมสรต้นสังกัดสร้างอีก 2 ประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ

เป็นที่รู้กันอยู้แล้วว่า สถานการณ์ปัจจุบัน ยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ นำโด่งจ่าฝูง มี 79 คะแนนจากจำนวน 27 นัด ขณะที่ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด อยู่อันดับที่ 19 มีแค่ 24 แต้มจากจำนวนนัดที่แข่งเท่ากัน

โดยมีสถิติระบุว่า ทีมของ เยอร์เกน คลอปป์ ขอแค่มีแต้มไม่ว่าจะชนะหรือเสมอ พวกเขาก็สร้างอีก 1 ประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นทีมแรกที่เก็บได้ 80 คะแนนเร็วที่สุด

และการเป็นการสร้างสถิติชนะในลีกติดต่อกันมากที่สุดด้วยจำนวน 19 นัด หลังเพิ่งทาบสถิติชนะรวด 18 นัดไปหมาดๆ หลังเกมพลิกแซงกลับมาเอาชนะ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 เมื่อค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

post

ตัวรับ “ชรูว์สบิวรี” ให้โชค ทัพ “หงส์แดง” ลากเลือด เฉือนชนะได้ 1-0 จ่อชนเชลซี

Football-300

โร-ฌอน วิลเลียมส์” กองหลัง “ชรูว์สบิวรี” กลายเป็นผู้ทำประตูชี้ขาดไปได้ในเกมนี้ หลังโหม่งบอลเข้าประตูตัวเอง ทำให้ “หงส์แดง” เปิดบ้านเอาชนะ “ชรูว์สบิวรี” 1-0 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเตรียมพบกับ “เชลซี”

อย่างที่ทราบกันดีว่าเกมนี้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะไม่มี “เยอร์เกน คลอปป์” ยืนคุมทีมอยู่ข้างสนาม เช่นเดียวกับผู้เล่นชุดใหญ่ที่หอบกระเป๋าไปพักร้อนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยชุดที่เล่นวันนี้ของหงส์แดงประกอบไปด้วยเด็กดาวรุ่งอายุ 18-22 ปี นำโดย เคอร์ติส โจนส์, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ และ เปโดร ชิริเบยา

เปิดมาในครึ่งแรกเป็นทาง ทัพเด็กหงส์แดง ที่พับสนามบุกอย่างสนุกสนานอยู่ฝั่งเดียว จนมีโอกาสทักทายใส่ ชรูว์สบิวรี ก่อนในนาทีที่ 34 เมื่อ เนโค วิลเลียมส์ ทำชิ่งบอลกับ เอลเลียตต์ ก่อนหลุดเข้าไปซัดด้วยขวาบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว ซึ่งช่วงเวลาต่อจากนั้นไม่มีจังหวะหวาดเสียวเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ทำให้จบครึ่งแรกทั้งคู่เสมอกัน 0-0 

มาต่อกันในครึ่งหลัง ชรูว์สบิวรี มาสร้างเซอร์ไพรส์ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายก่อนเจ้าถิ่น จากจังหวะโหม่งซ้ำจ่อๆของ ฌอน เวลีย์ ซึ่งตอนแรกสกอร์บอร์ดขยับให้ทีมเยือนนำไปแล้ว ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเช็ควีเออาร์แล้วจัดการยึดประตูดังกล่าวเพราะเวลีย์ไปอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อนที่จะโขกบอลเข้าไป 

แต่ในที่สุดลิเวอร์พูลก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ ในนาทีที่ 76 จากจังหวะที่ นายทวารของทีมเยือน ปาบอลไกลไปเข้าทาง วิลเลียมส์ จัดการสาดยาวต่อไปในเขตโทษ ก่อนที่ โร-ฌอน วิลเลียมส์ กองหลังของชรูว์สบิวรีจะโหม่งสกัดผิดเหลี่ยมทำให้บอลเข้าประตูตัวเองและเสียประตูให้เจ้าถิ่นไป

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มเติมไม่ได้ ทำให้ “ลิเวอร์พูล” เอาชนะ “ชรูว์สบิวรี” ไปด้วยสกอร์ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยนัดต่อไปจะออกไปเยือน “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ในช่วงต้นเดือน มีนาคม 2563 

post

“คลอปป์” ยืนยัน “หงส์แดง” ไร้ 2 แข้งดวล “นักบุญแดนใต้”

Football-299

“เยอร์เกน คลอปป์” กุนซือทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยืนยัน ทีมไม่สามารถใช้งานนักเตะทั้ง 2 รายได้ในเกมเปิดบ้านดวล “นักบุญแดนใต้” เซาแธมป์ตัน เสาร์นี้

“เยอร์เกน คลอปป์” ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยืนยัน “เซอร์ดัน ชาคิรี” ปีกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ และ “เจมส์ มิลเนอร์” กองกลางชาวอังกฤษ ไม่พร้อมลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่จะเปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน วันเสาร์นี้

คลอปป์ กล่าวว่า “ชาคิรี และ มิลเนอร์ ยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ แต่พวกเขาใกล้ที่จะกลับมาแล้วนะ ขณะที่ ลัลลานา ซ้อมตามปกติ ส่วน ดิวอค โอริกี ไม่ได้ซ้อมเมื่อวานนี้แต่จะกลับมาในวันนี้”

สำหรับ มิลเนอร์ วัย 33 ปี เจ็บกล้ามเนื้อตั้งแต่เกมเอาชนะเอฟเวอร์ตันช่วงต้นเดือน ส่วน ชาคิรี ก็ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บเช่นกัน

post

“ลิเวอร์พูล” เล็งเสริมทัพ 5 แข้งเจ๋งติดโผ

Football-295

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วางเป้าหมายเสริมทัพ 5 แข้งฝีเท้าเจ๋งติดโผ

จาดอน ซานโช ปีกทีมชาติอังกฤษของ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คือเป้าหมายเสริมทัพเบอร์ 1 ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากตัวเลือก 5 ราย ในช่วงซัมเมอร์นี้

สำหรับ ซานโช วัย 19 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ซัดไปแล้ว 9 ประตู กับอีก 10 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 15 นัดในบุนเดสลีกา เยอรมนี ฤดูกาลนี้

ทำให้ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับทีมดังอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, บาร์เซโลนา, เรอัล มาดริด และ ลิเวอร์พูล

post

กุนซือเลสเตอร์ ขอระบายหลังโดน ลิเวอร์พูล บุกถล่มคาบ้าน

Football-294

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเปิดใจหลังพาทีมแพ้ ลิเวอร์พูล คาบ้านแบบเละเทะ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดล่าสุด

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่แข็งแกร่งสุดๆ หลังบุกมาเอาชนะทีมของตนถึงสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม 4-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

จากผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 52 คะแนน ทิ้งห่าง เลสเตอร์ ที่มี 39 คะแนนเท่าเดิม ไปเป็น 13 คะแนนแล้ว

ร็อดเจอร์ส กล่าวว่า “เราไม่ได้ลงเล่นอย่างมีคุณภาพมากพอ และเราก็เสียบอลกันง่ายเกินไปโดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรก เมื่อคุณทำแบบนั้นในการเจแกับทีมที่ดี คุณก็ต้องเจอกับความกดดัน แต่ตอนที่สกอร์ 1-0 เรายังอยู่ในเกมนะ จากนั้นเราเริ่มสร้างโมเมนตัมให้กับตัวเองแต่เราก็ดันมาเสียจุดโทษ แล้วจากนั้นก็เลยเป็นเรื่องยากสำหรับเรา พวกเขามีพละกำลังและความแข็งแกร่ง และตอนนี้สิ่งสำคัญมากคือเรื่องความมั่นใจของพวกเขา หลังจากได้แชมป์แชมเปียนส์ลีก, แชมป์สโมสรโลก และ ซุปเปอร์คัพ ทำให้พวกเขารู้สึกแบบนั้น และพวกเขาก็มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งมาก คงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะออกอาการแกว่งในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล พวกเขาคือทีมที่ยอดเยี่ยม พวกเขามีนักเตะที่ดีพอ มีประสบการณ์มากพอ และมีคุณภาพเพียงพอที่จะโฟกัสกับการทำงานให้สำเร็จ มันยากมากที่จะหยุดพวกเขา”

post

ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน “ลิเวอร์พูล” แซงทุบ “สเปอร์ส”

Football-276

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ไป 2-1 และนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.โกลสเปอร์สโคตรเหนียว

เกมนี้ต้องยกนิ้วให้กับ เปาโล กัซซานิกา ผู้รักษาประตูของสเปอร์ส เพราะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเซฟจังหวะยิงของลิเวอร์พูลแทบนับไม่ถ้วน ทำเอาแฟนบอลลิเวอร์พูลบ่นกันระงม ยิงยากยิงเย็นเหลือเกิน

2.กัปตันเฮนโด้ แก้ตัวสำเร็จ

จังหวะที่ลิเวอร์พูลเสียประตูตั้งแต่ต้นเกม เริ่มมาจากความผิดพลาดของ เฮนเดอร์สัน ที่ทำเสียบอลในแดนกลางแล้วถูกสเปอร์สโต้กลับ อย่างไรก็ตาม เฮนเดอร์สัน ก็แสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง ก้มหน้าก้มตาเล่นต่อไป และมาทำประตูให้ทีมได้ในช่วงครึ่งหลัง

3. ฟาบินโญ+เทรนต์ ฟอร์มเฉียบ

เกมนี้ ฟาบินโญ คุมจังหวะเกมอดนกลางให้ลิเวอร์พูลได้ดีมาก การเข้าปะทะ การผ่านบอล ไหลลื่นสุดๆ โดยเฉพาะจังหวะที่กล้าเสี่ยงเปิดบอลเข้าเขตโทษก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง เฮนเดอร์สัน ยิงตีเสมอให้ลิเวอร์พูลสำเร็จ ส่วน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ก็ทำได้ดีเยี่ยมในตำแหน่งแบ็กขวา จังหวะเติมขึ้นมายิง จังหวะฟรีคิก จังหวะเตะมุมจากเขาคนนี้ได้ลุ้นอยู่ตลอด

4.ยังรักษาระยะห่างต่อไป

เกมนี้ถ้าลิเวอร์พูลพลาดแพ้หรือเสมอน่าจะทำให้ แมนฯซิตี้ มีกำลังใจในการไล่ล่าจ่าฝูง แต่ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ไม่ยอมทำแต้มหล่นง่ายๆ จนฮึดกลับมาคว้าชัยชนะในเกมนี้ได้สำเร็จ นำจ่าฝูงต่อไป มีแต้มเหนือแมนฯซิตี้อยู่ 6 คะแนน

post

หงส์ไม่ง่าย!เกร็ดน่าสนใจเกมลิเวอร์พูลเยือนเชฟฯยูไนเต็ด

Football-224

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก มีโอกาสดีที่จะยืดสถิติชนะรวด 100% ออกไปเป็นเกมที่ 7 เพราะคืนวันเสาร์ที่ 28 กันยายนนี้ ลูกทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีโปรแกรมบุกไปเยือนทีมน้องใหม่อย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่สังเวียนแข้ง บรามอลล์ เลน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากย้อนดูสถิติที่ผ่านมา นี่คือสนามที่ไม่ง่ายเลยสำหรับ ลิเวอร์พูล และข้างล่างนี้คือเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ รวมถึงสถิติที่น่าสนใจก่อนเกมนี้

    * เฮด-ทู-เฮด *

    – เชฟฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เจอกับ ลิเวอร์พูล ที่ บรามอลล์ เลน (รวมทุกรายการ) มาตั้งแต่เกม พรีเมียร์ลีก นัดเปิดซีซั่น 2006/07 ซึ่งเกมดังกล่าวจบลงด้วยการเจ๊า 1-1

    – ลิเวอร์พูล ไม่เคยบุกไปเอาชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด ในเกม พรีเมียร์ลีก ได้เลย จากการดวลกันทั้งหมด 3 ครั้ง (เสมอ 2 แพ้ 1) แถมยิงได้แค่ประตูเดียว

    – บรามอลล์ เลน เป็นเพียงหนึ่งในสามสนามที่ ลิเวอร์พูล ไม่เคยบุกไปเก็บชัยชนะในศึก พรีเมียร์ลีก ได้เลย ส่วนอีกสองแห่งคือ ซิตี้ กราวด์ ของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (5 เกม) และ บลูมฟิลด์ โร้ด ของ แบล็คพูล (1 เกม)

    – ครั้งสุดท้ายที่ “หงส์แดง” บุกไปเอาชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด ต้องย้อนกลับไปยาวๆ ในช่วงเดือนสิงหาคมปี 1990 ซึ่งครั้งนั้น ลิเวอร์พูล คว้าชัยด้วยสกอร์ 3-1 (สมัยเป็น ดิวิชั่น 1) จากประตูของ จอห์น บาร์นส์, เรย์ เฮาจ์ตัน และ เอียน รัช

Football-225

    * เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด *

    – “ดาบคู่” ลุ้นคว้าชัยเกม พรีเมียร์ลีก สองนัดติด ซึ่งถ้าทำได้ก็จะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006

    – อย่างไรก็ตาม ถ้าแพ้ ก็จะถือเป็นการปราชัยคาบ้านในเกมลีกสูงสุด 3 นัดติดเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1990

    – ทั้ง 7 ประตูที่ เชฟฯ ยูไนเต็ด ทำได้ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ มาจากการทำโดยนักเตะ 7 คน (รวมทั้ง 2 ประตูจากโอว์นโกล)

Football-226

     * ลิเวอร์พูล *

    – ถ้าเก็บชัยชนะในเกมวันเสาร์นี้ได้ “หงส์แดง” จะกลายเป็นทีมที่สองในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่คว้าชัยรวดใน 7 เกมแรกของฤดูกาล ต่อจาก เชลซี ในซีซั่น 2005/06 (ซีซั่นดังกล่าว เชลซี คว้าชัยรวดใน 9 เกมแรก และจบลงด้วยการคว้าแชมป์)

    – อย่างไรก็ตาม ครั้งสุดท้ายที่ ลิเวอร์พูล เฮรวดใน 7 เกมแรกของฤดูกาล ต้องย้อนกลับไปในสมัยที่เป็น ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1990/91 ซึ่งซีซั่นดังกล่าว “หงส์แดง” คว้าชัยรวดใน 8 เกมแรก แต่สุดท้ายจบด้วยการเป็นแค่ “รองแชมป์” (อาร์เซน่อล ซิวแชมป์)

     – ลิเวอร์พูล คว้าชัยรวด 12 เกมหลังสุด ที่เจอกับทีมน้องใหม่ในศึก พรีเมียร์ลีก แถมกดไปถึง 35 ประตู และเสียแค่ 4 ลูกในช่วงดังกล่าว

    – ลิเวอร์พูล ไม่แพ้เกมลีกมา 23 นัดติดต่อกันแล้ว ซึ่งถือเป็นสถิติดีสุดของสโมสร นับตั้งแต่ที่เคยไร้พ่าย 31 เกมติดสมัยเป็น ดิวิชั่น 1 ช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม ปี 1987 ถึงเดือนมีนาคม ปี 1988

    – นอกจากนี้ “หงส์แดง” ยังมีสถิติชนะรวดในเกม พรีเมียร์ลีก 15 นัดหลังสุดด้วย แต่ยังคงตามหลังสถิติสูงสุดที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยทำไว้ 18 นัดติด ช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม ถึง ธันวาคม ปี 2017

    – เชฟฯ ยูไนเต็ด จะเป็นทีมคู่แข่งรายที่ 24 ที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวเก่ง ลิเวอร์พูล มีโอกาสได้เผชิญหน้าในศึก พรีเมียร์ลีก โดย 23 ทีมที่ ซาลาห์ เจอมาก่อนหน้านี้ มีแค่ สวอนซี ซิตี้ (2 เกม) กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4 เกม) เท่านั้น ที่เจ้าตัวไม่เคยทำประตูได้