post

ฟอร์มเข้าตา “ลิเวอร์พูล” เล็งคว้าปีกตัวเก่งจากจอร์แดน เสริมทัพ

Football-306

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าวกำลังจับตามองปีกตัวละครลับ ทีมชาติจอร์แดน ฝีเท้าเขาเก่งกาจไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

 “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คือหนึ่งในทีมที่สนใจ มูซา อัล ทามารี ปีกทีมชาติจอร์แดน ของ อาโปเอล นิโคเซีย สโมสรในลีกไซปรัส

อัล ทามารี วัย 22 ปี ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เมสซีแห่งจอร์แดน” โดยปี 2018 เคยมีข่าวกับทีมดังในอิตาลีอย่าง ฟิออเรนตินา

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวล่าสุด ระบุว่า เขากำลังได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรดังทั่วยุโรป รวมถึง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย

ทั้งนี้ อัล ทามารี นั้นมีสไตล์การเล่นไปกับบอลได้ดี กล้ากระชากลากเลื้อย และยิงประตูได้ค่อนข้างเฉียบคม และมีสีสันเป็นอย่างมาก

post

“คลอปป์” มีลุ้นพาทัพ “หงส์แดง” ทำ 2 ประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับทีม

Football-304

“เยอร์เกน คลอปป์” กุนซือเมืองเบียร์ของทีม “หงส์แดง” ยอดทีมจากอังกฤษ มีแววที่จะนำสโมสรต้นสังกัดสร้างอีก 2 ประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ

เป็นที่รู้กันอยู้แล้วว่า สถานการณ์ปัจจุบัน ยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ นำโด่งจ่าฝูง มี 79 คะแนนจากจำนวน 27 นัด ขณะที่ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด อยู่อันดับที่ 19 มีแค่ 24 แต้มจากจำนวนนัดที่แข่งเท่ากัน

โดยมีสถิติระบุว่า ทีมของ เยอร์เกน คลอปป์ ขอแค่มีแต้มไม่ว่าจะชนะหรือเสมอ พวกเขาก็สร้างอีก 1 ประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นทีมแรกที่เก็บได้ 80 คะแนนเร็วที่สุด

และการเป็นการสร้างสถิติชนะในลีกติดต่อกันมากที่สุดด้วยจำนวน 19 นัด หลังเพิ่งทาบสถิติชนะรวด 18 นัดไปหมาดๆ หลังเกมพลิกแซงกลับมาเอาชนะ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 เมื่อค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

post

ตัวรับ “ชรูว์สบิวรี” ให้โชค ทัพ “หงส์แดง” ลากเลือด เฉือนชนะได้ 1-0 จ่อชนเชลซี

Football-300

โร-ฌอน วิลเลียมส์” กองหลัง “ชรูว์สบิวรี” กลายเป็นผู้ทำประตูชี้ขาดไปได้ในเกมนี้ หลังโหม่งบอลเข้าประตูตัวเอง ทำให้ “หงส์แดง” เปิดบ้านเอาชนะ “ชรูว์สบิวรี” 1-0 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเตรียมพบกับ “เชลซี”

อย่างที่ทราบกันดีว่าเกมนี้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะไม่มี “เยอร์เกน คลอปป์” ยืนคุมทีมอยู่ข้างสนาม เช่นเดียวกับผู้เล่นชุดใหญ่ที่หอบกระเป๋าไปพักร้อนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยชุดที่เล่นวันนี้ของหงส์แดงประกอบไปด้วยเด็กดาวรุ่งอายุ 18-22 ปี นำโดย เคอร์ติส โจนส์, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ และ เปโดร ชิริเบยา

เปิดมาในครึ่งแรกเป็นทาง ทัพเด็กหงส์แดง ที่พับสนามบุกอย่างสนุกสนานอยู่ฝั่งเดียว จนมีโอกาสทักทายใส่ ชรูว์สบิวรี ก่อนในนาทีที่ 34 เมื่อ เนโค วิลเลียมส์ ทำชิ่งบอลกับ เอลเลียตต์ ก่อนหลุดเข้าไปซัดด้วยขวาบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว ซึ่งช่วงเวลาต่อจากนั้นไม่มีจังหวะหวาดเสียวเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ทำให้จบครึ่งแรกทั้งคู่เสมอกัน 0-0 

มาต่อกันในครึ่งหลัง ชรูว์สบิวรี มาสร้างเซอร์ไพรส์ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายก่อนเจ้าถิ่น จากจังหวะโหม่งซ้ำจ่อๆของ ฌอน เวลีย์ ซึ่งตอนแรกสกอร์บอร์ดขยับให้ทีมเยือนนำไปแล้ว ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเช็ควีเออาร์แล้วจัดการยึดประตูดังกล่าวเพราะเวลีย์ไปอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อนที่จะโขกบอลเข้าไป 

แต่ในที่สุดลิเวอร์พูลก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ ในนาทีที่ 76 จากจังหวะที่ นายทวารของทีมเยือน ปาบอลไกลไปเข้าทาง วิลเลียมส์ จัดการสาดยาวต่อไปในเขตโทษ ก่อนที่ โร-ฌอน วิลเลียมส์ กองหลังของชรูว์สบิวรีจะโหม่งสกัดผิดเหลี่ยมทำให้บอลเข้าประตูตัวเองและเสียประตูให้เจ้าถิ่นไป

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มเติมไม่ได้ ทำให้ “ลิเวอร์พูล” เอาชนะ “ชรูว์สบิวรี” ไปด้วยสกอร์ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยนัดต่อไปจะออกไปเยือน “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ในช่วงต้นเดือน มีนาคม 2563 

post

“คลอปป์” ยืนยัน “หงส์แดง” ไร้ 2 แข้งดวล “นักบุญแดนใต้”

Football-299

“เยอร์เกน คลอปป์” กุนซือทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยืนยัน ทีมไม่สามารถใช้งานนักเตะทั้ง 2 รายได้ในเกมเปิดบ้านดวล “นักบุญแดนใต้” เซาแธมป์ตัน เสาร์นี้

“เยอร์เกน คลอปป์” ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยืนยัน “เซอร์ดัน ชาคิรี” ปีกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ และ “เจมส์ มิลเนอร์” กองกลางชาวอังกฤษ ไม่พร้อมลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่จะเปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน วันเสาร์นี้

คลอปป์ กล่าวว่า “ชาคิรี และ มิลเนอร์ ยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ แต่พวกเขาใกล้ที่จะกลับมาแล้วนะ ขณะที่ ลัลลานา ซ้อมตามปกติ ส่วน ดิวอค โอริกี ไม่ได้ซ้อมเมื่อวานนี้แต่จะกลับมาในวันนี้”

สำหรับ มิลเนอร์ วัย 33 ปี เจ็บกล้ามเนื้อตั้งแต่เกมเอาชนะเอฟเวอร์ตันช่วงต้นเดือน ส่วน ชาคิรี ก็ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บเช่นกัน

post

“ลิเวอร์พูล” เล็งเสริมทัพ 5 แข้งเจ๋งติดโผ

Football-295

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วางเป้าหมายเสริมทัพ 5 แข้งฝีเท้าเจ๋งติดโผ

จาดอน ซานโช ปีกทีมชาติอังกฤษของ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คือเป้าหมายเสริมทัพเบอร์ 1 ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากตัวเลือก 5 ราย ในช่วงซัมเมอร์นี้

สำหรับ ซานโช วัย 19 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ซัดไปแล้ว 9 ประตู กับอีก 10 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 15 นัดในบุนเดสลีกา เยอรมนี ฤดูกาลนี้

ทำให้ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับทีมดังอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, บาร์เซโลนา, เรอัล มาดริด และ ลิเวอร์พูล

post

กุนซือเลสเตอร์ ขอระบายหลังโดน ลิเวอร์พูล บุกถล่มคาบ้าน

Football-294

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเปิดใจหลังพาทีมแพ้ ลิเวอร์พูล คาบ้านแบบเละเทะ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดล่าสุด

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่แข็งแกร่งสุดๆ หลังบุกมาเอาชนะทีมของตนถึงสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม 4-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

จากผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 52 คะแนน ทิ้งห่าง เลสเตอร์ ที่มี 39 คะแนนเท่าเดิม ไปเป็น 13 คะแนนแล้ว

ร็อดเจอร์ส กล่าวว่า “เราไม่ได้ลงเล่นอย่างมีคุณภาพมากพอ และเราก็เสียบอลกันง่ายเกินไปโดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรก เมื่อคุณทำแบบนั้นในการเจแกับทีมที่ดี คุณก็ต้องเจอกับความกดดัน แต่ตอนที่สกอร์ 1-0 เรายังอยู่ในเกมนะ จากนั้นเราเริ่มสร้างโมเมนตัมให้กับตัวเองแต่เราก็ดันมาเสียจุดโทษ แล้วจากนั้นก็เลยเป็นเรื่องยากสำหรับเรา พวกเขามีพละกำลังและความแข็งแกร่ง และตอนนี้สิ่งสำคัญมากคือเรื่องความมั่นใจของพวกเขา หลังจากได้แชมป์แชมเปียนส์ลีก, แชมป์สโมสรโลก และ ซุปเปอร์คัพ ทำให้พวกเขารู้สึกแบบนั้น และพวกเขาก็มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งมาก คงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะออกอาการแกว่งในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล พวกเขาคือทีมที่ยอดเยี่ยม พวกเขามีนักเตะที่ดีพอ มีประสบการณ์มากพอ และมีคุณภาพเพียงพอที่จะโฟกัสกับการทำงานให้สำเร็จ มันยากมากที่จะหยุดพวกเขา”

post

ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน “ลิเวอร์พูล” แซงทุบ “สเปอร์ส”

Football-276

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ไป 2-1 และนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.โกลสเปอร์สโคตรเหนียว

เกมนี้ต้องยกนิ้วให้กับ เปาโล กัซซานิกา ผู้รักษาประตูของสเปอร์ส เพราะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเซฟจังหวะยิงของลิเวอร์พูลแทบนับไม่ถ้วน ทำเอาแฟนบอลลิเวอร์พูลบ่นกันระงม ยิงยากยิงเย็นเหลือเกิน

2.กัปตันเฮนโด้ แก้ตัวสำเร็จ

จังหวะที่ลิเวอร์พูลเสียประตูตั้งแต่ต้นเกม เริ่มมาจากความผิดพลาดของ เฮนเดอร์สัน ที่ทำเสียบอลในแดนกลางแล้วถูกสเปอร์สโต้กลับ อย่างไรก็ตาม เฮนเดอร์สัน ก็แสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง ก้มหน้าก้มตาเล่นต่อไป และมาทำประตูให้ทีมได้ในช่วงครึ่งหลัง

3. ฟาบินโญ+เทรนต์ ฟอร์มเฉียบ

เกมนี้ ฟาบินโญ คุมจังหวะเกมอดนกลางให้ลิเวอร์พูลได้ดีมาก การเข้าปะทะ การผ่านบอล ไหลลื่นสุดๆ โดยเฉพาะจังหวะที่กล้าเสี่ยงเปิดบอลเข้าเขตโทษก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง เฮนเดอร์สัน ยิงตีเสมอให้ลิเวอร์พูลสำเร็จ ส่วน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ก็ทำได้ดีเยี่ยมในตำแหน่งแบ็กขวา จังหวะเติมขึ้นมายิง จังหวะฟรีคิก จังหวะเตะมุมจากเขาคนนี้ได้ลุ้นอยู่ตลอด

4.ยังรักษาระยะห่างต่อไป

เกมนี้ถ้าลิเวอร์พูลพลาดแพ้หรือเสมอน่าจะทำให้ แมนฯซิตี้ มีกำลังใจในการไล่ล่าจ่าฝูง แต่ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ไม่ยอมทำแต้มหล่นง่ายๆ จนฮึดกลับมาคว้าชัยชนะในเกมนี้ได้สำเร็จ นำจ่าฝูงต่อไป มีแต้มเหนือแมนฯซิตี้อยู่ 6 คะแนน

post

หงส์ไม่ง่าย!เกร็ดน่าสนใจเกมลิเวอร์พูลเยือนเชฟฯยูไนเต็ด

Football-224

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก มีโอกาสดีที่จะยืดสถิติชนะรวด 100% ออกไปเป็นเกมที่ 7 เพราะคืนวันเสาร์ที่ 28 กันยายนนี้ ลูกทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีโปรแกรมบุกไปเยือนทีมน้องใหม่อย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่สังเวียนแข้ง บรามอลล์ เลน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากย้อนดูสถิติที่ผ่านมา นี่คือสนามที่ไม่ง่ายเลยสำหรับ ลิเวอร์พูล และข้างล่างนี้คือเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ รวมถึงสถิติที่น่าสนใจก่อนเกมนี้

    * เฮด-ทู-เฮด *

    – เชฟฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เจอกับ ลิเวอร์พูล ที่ บรามอลล์ เลน (รวมทุกรายการ) มาตั้งแต่เกม พรีเมียร์ลีก นัดเปิดซีซั่น 2006/07 ซึ่งเกมดังกล่าวจบลงด้วยการเจ๊า 1-1

    – ลิเวอร์พูล ไม่เคยบุกไปเอาชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด ในเกม พรีเมียร์ลีก ได้เลย จากการดวลกันทั้งหมด 3 ครั้ง (เสมอ 2 แพ้ 1) แถมยิงได้แค่ประตูเดียว

    – บรามอลล์ เลน เป็นเพียงหนึ่งในสามสนามที่ ลิเวอร์พูล ไม่เคยบุกไปเก็บชัยชนะในศึก พรีเมียร์ลีก ได้เลย ส่วนอีกสองแห่งคือ ซิตี้ กราวด์ ของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (5 เกม) และ บลูมฟิลด์ โร้ด ของ แบล็คพูล (1 เกม)

    – ครั้งสุดท้ายที่ “หงส์แดง” บุกไปเอาชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด ต้องย้อนกลับไปยาวๆ ในช่วงเดือนสิงหาคมปี 1990 ซึ่งครั้งนั้น ลิเวอร์พูล คว้าชัยด้วยสกอร์ 3-1 (สมัยเป็น ดิวิชั่น 1) จากประตูของ จอห์น บาร์นส์, เรย์ เฮาจ์ตัน และ เอียน รัช

Football-225

    * เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด *

    – “ดาบคู่” ลุ้นคว้าชัยเกม พรีเมียร์ลีก สองนัดติด ซึ่งถ้าทำได้ก็จะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006

    – อย่างไรก็ตาม ถ้าแพ้ ก็จะถือเป็นการปราชัยคาบ้านในเกมลีกสูงสุด 3 นัดติดเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1990

    – ทั้ง 7 ประตูที่ เชฟฯ ยูไนเต็ด ทำได้ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ มาจากการทำโดยนักเตะ 7 คน (รวมทั้ง 2 ประตูจากโอว์นโกล)

Football-226

     * ลิเวอร์พูล *

    – ถ้าเก็บชัยชนะในเกมวันเสาร์นี้ได้ “หงส์แดง” จะกลายเป็นทีมที่สองในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่คว้าชัยรวดใน 7 เกมแรกของฤดูกาล ต่อจาก เชลซี ในซีซั่น 2005/06 (ซีซั่นดังกล่าว เชลซี คว้าชัยรวดใน 9 เกมแรก และจบลงด้วยการคว้าแชมป์)

    – อย่างไรก็ตาม ครั้งสุดท้ายที่ ลิเวอร์พูล เฮรวดใน 7 เกมแรกของฤดูกาล ต้องย้อนกลับไปในสมัยที่เป็น ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1990/91 ซึ่งซีซั่นดังกล่าว “หงส์แดง” คว้าชัยรวดใน 8 เกมแรก แต่สุดท้ายจบด้วยการเป็นแค่ “รองแชมป์” (อาร์เซน่อล ซิวแชมป์)

     – ลิเวอร์พูล คว้าชัยรวด 12 เกมหลังสุด ที่เจอกับทีมน้องใหม่ในศึก พรีเมียร์ลีก แถมกดไปถึง 35 ประตู และเสียแค่ 4 ลูกในช่วงดังกล่าว

    – ลิเวอร์พูล ไม่แพ้เกมลีกมา 23 นัดติดต่อกันแล้ว ซึ่งถือเป็นสถิติดีสุดของสโมสร นับตั้งแต่ที่เคยไร้พ่าย 31 เกมติดสมัยเป็น ดิวิชั่น 1 ช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม ปี 1987 ถึงเดือนมีนาคม ปี 1988

    – นอกจากนี้ “หงส์แดง” ยังมีสถิติชนะรวดในเกม พรีเมียร์ลีก 15 นัดหลังสุดด้วย แต่ยังคงตามหลังสถิติสูงสุดที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยทำไว้ 18 นัดติด ช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม ถึง ธันวาคม ปี 2017

    – เชฟฯ ยูไนเต็ด จะเป็นทีมคู่แข่งรายที่ 24 ที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวเก่ง ลิเวอร์พูล มีโอกาสได้เผชิญหน้าในศึก พรีเมียร์ลีก โดย 23 ทีมที่ ซาลาห์ เจอมาก่อนหน้านี้ มีแค่ สวอนซี ซิตี้ (2 เกม) กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4 เกม) เท่านั้น ที่เจ้าตัวไม่เคยทำประตูได้

post

“หงส์แดง” ยังไร้พ่าย!! บุกไปเฉือนชนะ “เชลซี” ถึงถิ่น 2-1 เก็บสถิติชนะ 6 นัดรวด ครองจ่าฝูงเหนียวแน่น

Football-213

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 ประจำวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. “สิงโตน้ำเงิน” เชลซี เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ แพ้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 1-2

โดยเกมนี้ครึ่งแรก ลิเวอร์พูลออกนำ 0-1 จากฟรีคิกหน้าเขตโทษโดย โมฮาเหม้ด ซาลาห์ ทำลูกสูตรตอกส้นให้ เทรนต์ อเล็กซานดอร์ อาร์โนลด์ ซัดเสียบมุมเข้าไปอย่างเฉียบขาดในนาทีที่ 14 ถัดมาในนาทีที่ 24 เชลซี มีโอกาสลุ้นประตูจาก แทมมี อับราฮัม หลุดเดี่ยวไปยิงในเขตโทษ แต่ อาเดรียน ประตูสำรองทีมเยือนเซฟออกไปได้อย่างสุดยอด จนกระทั่ง ลิเวอร์พูล หนีเป็น 0-2 จากจังหวะฟรีคิกฝั่งซ้ายโดย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ โรแบร์โต เฟอร์มิโน โหม่งเข้าไปอย่างสวยงาม ในนาทีที่ 30 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เกมในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมผลัดกันเปิดแลกเกมบุกได้อย่างสนุกและเป็น เชลซี ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 จาก เอ็นโกโล ก็องเต้ โชว์ทักษะการเลี้ยงพาบอลหนีแนวรับทีมเยือนมาหน้าเขตโทษ แลัวปั่นด้วยขวาบอลพุ่งเสียบมุมเข้าไปอย่างสุดสวย ในนาทีที่ 71

จบเกม ลิเวอร์พูล บุกมาชนะ เชลซี 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 18 คะแนน และนำเป็นจ่าฝูงต่อไป พร้อมเก็บสถิติชนะ 6 นัดรวด ทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง 5 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 

เชลซี : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า,  เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรส คริสเตนเซ่น (เคิร์ท ซูม่า น.42), ฟิคาโย่ โทโมรี, เอแมร์ซอน (มาร์กอส อลอนโซ่ น.15), จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช, วิลเลี่ยน, แทมมี่ อับราฮัม (มิชี่ บาตชูอายี่ น.77), เมสัน เมาน์ท

ลิเวอร์พูล  : อาเดรียน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (อดัม ลัลลาน่า น.84), ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (โจ โกเมซ น.90+2), โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ (เจมส์ มิลเนอร์ น.71)

Football-214
Football-215
Football-216
Football-217
Football-219
post

เดือด!ลิเวอร์พูลขอเฮ6นัดติด ‘ซาลาห์’ พร้อมซัด,เชลซียิ้ม ‘ก็องเต้’ คืนทัพล่า

Football-212

คู่เดือดประจำวัน…”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จ่าฝูงลุ้นคว้าชัย 6 นัดรวดโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พร้อมลงลั่นไกเกมเยือนถิ่น “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ หายเจ็บพร้อมลงช่วยปิดสกอร์ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ ID Station, เวลา : 22.30 น.

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ สิงโตน้ำเงินคราม พาทีมไม่แพ้ใครในลีกมา 4 เกมติดต่อกัน ทว่าเมื่อกลางสัปดาห์ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาสะดุดแพ้ บาเลนเซีย 0-1 คาบ้านของตัวเอง

    ส่วนในลีกเมื่อสัปดาห์ก่อนโชว์ฟอร์มได้สุดยอดด้วยการบุกถล่ม วูล์ฟแฮมป์ตัน 5-2 จาก แฮต-ทริกของ แทมมี่ อับราฮัม

    เชลซี ต้องลุ้นความฟิตของ เมสัน เมาน์ต ตัวรุกคนสำคัญที่เจ็บข้อเท้าจากเกม ชปล.เมื่อกลางสัปดาห์

    ข่าวดีก็คือ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ หายเจ็บและซ้อมได้เต็มที่แล้วน่าจะลงเล่นเกมนี้ได้เลย ทว่า เอเมอร์สัน ที่เจ็บต้นขายังลงไม่ได้เช่นเดิม

    เช่นเดียวกับ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (เอ็นร้อยหวาย) และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค (น่อง) ยังไม่พร้อมทั้งคู่

    ฟาก เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพาทีมออกสตาร์ตด้วยชัยชนะ 5 เกมติดต่อกัน โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนเปิดรัง แอนฟิลด์ ถล่ม นิวคาสเซิ่ล ไป 3-1

    อย่างไรก็ตามใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาออกไปแพ้ให้กับ นาโปลี 0-2 ที่ อิตาลี

    ดีว็อค โอริกี้ กองหน้าเบลเยี่ยมมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าไม่น่าจะมีชื่อในเกมนี้

    นาบี เกอิต้า ผู้เล่นมิดฟิลด์กลับมาซ้อมได้เต็มที่แล้ว ขณะที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ โกล์มือ 1 และ เนธาเนี่ยล ไคลน์ ยังคงไม่พร้อมสำหรับเกมนี้เช่นเคย

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
    เชลซี (3-4-2-1) : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – อันโตนิโอ รือดิเกอร์, อันเดรส คริสเตนเซ่น, ฟิคาโย่ โทโมริ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์กอส อลอนโซ่ – วิลเลี่ยน, เมสัน เมาน์ต (คริสเตียน พูลิซิช) – แทมมี่ อับราฮัม
    ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌเอล มาติ๊ป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

    ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์


ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
– เชลซี ชนะเวลาเจอทีมจ่าฝูง ณ วันนั้น 18 ครั้งมากสุดในลีก
– เกมเชลซีลงสนามีการทำประตู 22 ลูก สูงสุดลีกร่วมกับ แมนฯ ซิตี้
– เชลซี เสีย 11 ประตูในลีกซีซั่นนี้ มีเพียง นอริช (12) ที่เสียมากกว่า
– เชลซี ยังเก็บคลีนชีตไม่ได้เลยตลอดทั้ง 6 นัดรวมทุกรายการซีซั่นนี้
– เชลซี ไม่ชนะใน 3 เกมหย้าซีซั่นนี้เป็นสถิติแย่สุดตั้งแต่ตอนอยู่ดิวิชั่น 2 (เดิม) ซีซั่น 198-89
– ลิเวอร์พูล หวังเป็นทีมแรกที่เปิดหัวชนะรวด 6 เกมลีก สองฤดูกาลติดต่อกัน
– ลิเวอร์พูล ชนะเกมลีก 14 นัดติดต่อกัน เป็นสถิติสโมสรและตามหลังสถิติลีกที่ แมนฯ ซิตี้ ทำไว้ 18 นัด เดือนธันวาคม 2017
– ลิเวอร์พูล แพ้หนเดียวจาก 44 เกมพรีเมียร์ลีกหลังสุด (ชนะ 36 เสมอ 7)
– ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไร้พ่ายในลีก 22 นัดติดต่อกันเป็นสถิติสโมสร (ชนะ 18 เสมอ 4)
– ลิเวอร์พูล ชนะหนเดียวจาก 12 เกมลีกนอกบ้านหลังสุดที่พบทีมบิ๊กซิกซ์ (เสมอ 6 แพ้ 5)
– ลิเวอร์พูล ขึ้นนำตอนพักครึ่ง และชนะตอนครบ 90 นาทีทั้ง 5 เกมลีกซีซั่นนี้
– ซาดิโอ มาเน่ ยิงไปแล้ว 49 ประตูจาก 97 เกมพรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูล


ผลการพบกันที่ผ่านมา
วันเดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน

15/08/19    ซูเปอร์คัพ    ลิเวอร์พูล     2-2 เชลซี
14/04/19    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล    2-0 เชลซี
29/09/18    พรีเมียร์ลีก    เชลซี    1-1 ลิเวอร์พูล
27/09/18    ลีก คัพ    ลิเวอร์พูล    1-2 เชลซี
06/05/18    พรีเมียร์ลีก    เชลซี    1-0 ลิเวอร์พูล
26/11/17    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล    1-1 เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลัง
เชลซี
17/09/19    แพ้ บาเลนเซีย 0-1 (เหย้า) ชปล.
14/09/19    ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 5-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
31/08/19    เสมอ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
24/08/19    ชนะ นอริช ซิตี้ 3-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
18/08/19    เสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล
17/09/19    แพ้ นาโปลี 0-2 (เยือน) ชปล.
14/09/19    ชนะ นิวคาสเซิ่ล 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
31/08/19    ชนะ เบิร์นลี่ย์ 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
24/08/19    ชนะ อาร์เซน่อล 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
17/08/19    ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก