post

ตัวรับ “ชรูว์สบิวรี” ให้โชค ทัพ “หงส์แดง” ลากเลือด เฉือนชนะได้ 1-0 จ่อชนเชลซี

Football-300

โร-ฌอน วิลเลียมส์” กองหลัง “ชรูว์สบิวรี” กลายเป็นผู้ทำประตูชี้ขาดไปได้ในเกมนี้ หลังโหม่งบอลเข้าประตูตัวเอง ทำให้ “หงส์แดง” เปิดบ้านเอาชนะ “ชรูว์สบิวรี” 1-0 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเตรียมพบกับ “เชลซี”

อย่างที่ทราบกันดีว่าเกมนี้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะไม่มี “เยอร์เกน คลอปป์” ยืนคุมทีมอยู่ข้างสนาม เช่นเดียวกับผู้เล่นชุดใหญ่ที่หอบกระเป๋าไปพักร้อนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยชุดที่เล่นวันนี้ของหงส์แดงประกอบไปด้วยเด็กดาวรุ่งอายุ 18-22 ปี นำโดย เคอร์ติส โจนส์, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ และ เปโดร ชิริเบยา

เปิดมาในครึ่งแรกเป็นทาง ทัพเด็กหงส์แดง ที่พับสนามบุกอย่างสนุกสนานอยู่ฝั่งเดียว จนมีโอกาสทักทายใส่ ชรูว์สบิวรี ก่อนในนาทีที่ 34 เมื่อ เนโค วิลเลียมส์ ทำชิ่งบอลกับ เอลเลียตต์ ก่อนหลุดเข้าไปซัดด้วยขวาบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว ซึ่งช่วงเวลาต่อจากนั้นไม่มีจังหวะหวาดเสียวเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ทำให้จบครึ่งแรกทั้งคู่เสมอกัน 0-0 

มาต่อกันในครึ่งหลัง ชรูว์สบิวรี มาสร้างเซอร์ไพรส์ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายก่อนเจ้าถิ่น จากจังหวะโหม่งซ้ำจ่อๆของ ฌอน เวลีย์ ซึ่งตอนแรกสกอร์บอร์ดขยับให้ทีมเยือนนำไปแล้ว ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเช็ควีเออาร์แล้วจัดการยึดประตูดังกล่าวเพราะเวลีย์ไปอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อนที่จะโขกบอลเข้าไป 

แต่ในที่สุดลิเวอร์พูลก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ ในนาทีที่ 76 จากจังหวะที่ นายทวารของทีมเยือน ปาบอลไกลไปเข้าทาง วิลเลียมส์ จัดการสาดยาวต่อไปในเขตโทษ ก่อนที่ โร-ฌอน วิลเลียมส์ กองหลังของชรูว์สบิวรีจะโหม่งสกัดผิดเหลี่ยมทำให้บอลเข้าประตูตัวเองและเสียประตูให้เจ้าถิ่นไป

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มเติมไม่ได้ ทำให้ “ลิเวอร์พูล” เอาชนะ “ชรูว์สบิวรี” ไปด้วยสกอร์ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยนัดต่อไปจะออกไปเยือน “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ในช่วงต้นเดือน มีนาคม 2563 

post

“คลอปป์” ยืนยัน “หงส์แดง” ไร้ 2 แข้งดวล “นักบุญแดนใต้”

Football-299

“เยอร์เกน คลอปป์” กุนซือทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยืนยัน ทีมไม่สามารถใช้งานนักเตะทั้ง 2 รายได้ในเกมเปิดบ้านดวล “นักบุญแดนใต้” เซาแธมป์ตัน เสาร์นี้

“เยอร์เกน คลอปป์” ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยืนยัน “เซอร์ดัน ชาคิรี” ปีกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ และ “เจมส์ มิลเนอร์” กองกลางชาวอังกฤษ ไม่พร้อมลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่จะเปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน วันเสาร์นี้

คลอปป์ กล่าวว่า “ชาคิรี และ มิลเนอร์ ยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ แต่พวกเขาใกล้ที่จะกลับมาแล้วนะ ขณะที่ ลัลลานา ซ้อมตามปกติ ส่วน ดิวอค โอริกี ไม่ได้ซ้อมเมื่อวานนี้แต่จะกลับมาในวันนี้”

สำหรับ มิลเนอร์ วัย 33 ปี เจ็บกล้ามเนื้อตั้งแต่เกมเอาชนะเอฟเวอร์ตันช่วงต้นเดือน ส่วน ชาคิรี ก็ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บเช่นกัน

post

“ลิเวอร์พูล” เล็งเสริมทัพ 5 แข้งเจ๋งติดโผ

Football-295

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วางเป้าหมายเสริมทัพ 5 แข้งฝีเท้าเจ๋งติดโผ

จาดอน ซานโช ปีกทีมชาติอังกฤษของ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คือเป้าหมายเสริมทัพเบอร์ 1 ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากตัวเลือก 5 ราย ในช่วงซัมเมอร์นี้

สำหรับ ซานโช วัย 19 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ซัดไปแล้ว 9 ประตู กับอีก 10 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 15 นัดในบุนเดสลีกา เยอรมนี ฤดูกาลนี้

ทำให้ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับทีมดังอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, บาร์เซโลนา, เรอัล มาดริด และ ลิเวอร์พูล

post

กุนซือเลสเตอร์ ขอระบายหลังโดน ลิเวอร์พูล บุกถล่มคาบ้าน

Football-294

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเปิดใจหลังพาทีมแพ้ ลิเวอร์พูล คาบ้านแบบเละเทะ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดล่าสุด

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่แข็งแกร่งสุดๆ หลังบุกมาเอาชนะทีมของตนถึงสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม 4-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

จากผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 52 คะแนน ทิ้งห่าง เลสเตอร์ ที่มี 39 คะแนนเท่าเดิม ไปเป็น 13 คะแนนแล้ว

ร็อดเจอร์ส กล่าวว่า “เราไม่ได้ลงเล่นอย่างมีคุณภาพมากพอ และเราก็เสียบอลกันง่ายเกินไปโดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรก เมื่อคุณทำแบบนั้นในการเจแกับทีมที่ดี คุณก็ต้องเจอกับความกดดัน แต่ตอนที่สกอร์ 1-0 เรายังอยู่ในเกมนะ จากนั้นเราเริ่มสร้างโมเมนตัมให้กับตัวเองแต่เราก็ดันมาเสียจุดโทษ แล้วจากนั้นก็เลยเป็นเรื่องยากสำหรับเรา พวกเขามีพละกำลังและความแข็งแกร่ง และตอนนี้สิ่งสำคัญมากคือเรื่องความมั่นใจของพวกเขา หลังจากได้แชมป์แชมเปียนส์ลีก, แชมป์สโมสรโลก และ ซุปเปอร์คัพ ทำให้พวกเขารู้สึกแบบนั้น และพวกเขาก็มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งมาก คงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะออกอาการแกว่งในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล พวกเขาคือทีมที่ยอดเยี่ยม พวกเขามีนักเตะที่ดีพอ มีประสบการณ์มากพอ และมีคุณภาพเพียงพอที่จะโฟกัสกับการทำงานให้สำเร็จ มันยากมากที่จะหยุดพวกเขา”

post

ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน “ลิเวอร์พูล” แซงทุบ “สเปอร์ส”

Football-276

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ไป 2-1 และนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.โกลสเปอร์สโคตรเหนียว

เกมนี้ต้องยกนิ้วให้กับ เปาโล กัซซานิกา ผู้รักษาประตูของสเปอร์ส เพราะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเซฟจังหวะยิงของลิเวอร์พูลแทบนับไม่ถ้วน ทำเอาแฟนบอลลิเวอร์พูลบ่นกันระงม ยิงยากยิงเย็นเหลือเกิน

2.กัปตันเฮนโด้ แก้ตัวสำเร็จ

จังหวะที่ลิเวอร์พูลเสียประตูตั้งแต่ต้นเกม เริ่มมาจากความผิดพลาดของ เฮนเดอร์สัน ที่ทำเสียบอลในแดนกลางแล้วถูกสเปอร์สโต้กลับ อย่างไรก็ตาม เฮนเดอร์สัน ก็แสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง ก้มหน้าก้มตาเล่นต่อไป และมาทำประตูให้ทีมได้ในช่วงครึ่งหลัง

3. ฟาบินโญ+เทรนต์ ฟอร์มเฉียบ

เกมนี้ ฟาบินโญ คุมจังหวะเกมอดนกลางให้ลิเวอร์พูลได้ดีมาก การเข้าปะทะ การผ่านบอล ไหลลื่นสุดๆ โดยเฉพาะจังหวะที่กล้าเสี่ยงเปิดบอลเข้าเขตโทษก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง เฮนเดอร์สัน ยิงตีเสมอให้ลิเวอร์พูลสำเร็จ ส่วน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ก็ทำได้ดีเยี่ยมในตำแหน่งแบ็กขวา จังหวะเติมขึ้นมายิง จังหวะฟรีคิก จังหวะเตะมุมจากเขาคนนี้ได้ลุ้นอยู่ตลอด

4.ยังรักษาระยะห่างต่อไป

เกมนี้ถ้าลิเวอร์พูลพลาดแพ้หรือเสมอน่าจะทำให้ แมนฯซิตี้ มีกำลังใจในการไล่ล่าจ่าฝูง แต่ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ไม่ยอมทำแต้มหล่นง่ายๆ จนฮึดกลับมาคว้าชัยชนะในเกมนี้ได้สำเร็จ นำจ่าฝูงต่อไป มีแต้มเหนือแมนฯซิตี้อยู่ 6 คะแนน

post

3 กูรูดัง ยกย่องฟาน ไดค์ ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ

Football-270

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือว่างงานคนดัง กล่าวชื่นชม เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ว่ามีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมจนหาจุดอ่อนไม่เจอ อีกทั้งยังกล่าวอีกว่า มันคงไม่ยุติธรรมต่อคนอื่นเท่าไหร่นักหากนำนักเตะคนคนนั้นมาเปรียบเทียบกับ ยอดแนวรับรายนี้

นอกจากนี้ยังมี กูรูชื่อดังอีกสองราย ที่กล่าวชม ฟาน ไดค์ เช่นกันโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือว่างงานคนดัง กล่าวชื่นชม เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ว่ามีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมจนหาจุดอ่อนไม่เจอ อีกทั้งยังกล่าวอีกว่า มันคงไม่ยุติธรรมต่อคนอื่นเท่าไหร่นักหากนำนักเตะคนคนนั้นมาเปรียบเทียบกับ ยอดแนวรับรายนี้

    นับตั้งแต่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ย้ายร่วมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 เขาได้สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลชั้นนำของโลกและสร้างผลงานยอดเยี่ยมออกมา

    อดีตกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ เชื่อว่า ฟาน ไดค์ คือสุดยอดแนวรับของวงการฟุตบอลอังกฤษในยุคนี้อย่างแท้จริง “มันคงไม่ยุติธรรมต่อกองหลังคนอื่นเท่าไหร่นัก ในฟุตบอลอังกฤษ ใช่เลย เขามีทุกอย่างและแทบจะหาจุดอ่อนไม่เจอเลย” มูรินโญ่ กล่าวผ่าน สกาย สปอร์ตส์

    ทางด้าน รอย คีน ยังเสริมอีกว่า หนึ่งในประโยชน์ที่เพื่อนร่วมทีม ลิเวอร์พูล ได้คือการมี ฟาน ไดค์ คอยประคองในทีม “เขายอดเยี่ยมมากๆ การเซ็นสัญญาผู้เล่นนี้ทำให้คนรอบข้างเขาเก่งขึ้นไปด้วย สถิติที่ออกมามันสุดยอดจริงๆ”

    ขณะที่ แกรม ซูเนสส์ อดีตผู้เล่นและกุนซือ ลิเวอร์พูล เป็นอีกคนที่ยกย่อง ฟาน ไดค์ “สำหรับผม เขาเก่งที่สุด เขาไม่มีข้อผิดพลาดเลย เขามักจะควบคุมอะไรได้ทั้งหมด  เขามักใช้สมองในการดักจังหวะอันตราย”

    “ผมมองเขาเป็นกองหลังที่ครบเครื่อง ผมไม่คิดว่าเขาจะเหม่อลอยอะไรเลย เขาเอาชนะคุณได้ในเรื่องลูกกลางอากาศ”

post

แดงเดือดคำรบแรก!แมนยูลุ้น ‘แรชฟอร์ด’ หลอน,ลิเวอร์พูลจัด ‘ซาลาห์’ กระชากซัด

Football-269

ศึกแห่งศักดิ์ศรี “แดงเดือด”…”ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลุ้นให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ระเบิดฟอร์มขุดสกอร์ เกมรับจ่าฝูงไร้พ่ายไร้เสมอนับแต่เปิดลีก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เตรียมจัดต็มสูบแน่นอนโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พร้อมนำถล่มประตู ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 20 ต.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ ID Station, เวลา : 22.30 น.

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พา แมนฯ ยูฯ เล่นกระท่อนกระแท่นเหลือเกิน 3 นัดล่าสุดเก็บได้แต้มเดียวฟอร์มก่อนเกมทีมชาติพวกเขาออกไปแพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-1 ที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค

    ดาบิด เด เคดา โกลมือ 1 เจ็บโคนขาหนีบจากเกมทีมชาติทีแรกคาดว่าน่าจะลงเล่นไม่ได้แน่นอนแต่ล่าสุดมีชื่อเกมนัดนี้ด้วยต้องมาลุ้นกันต่อแต่เชื่อว่าอาจลงเพียงแข้งสำรองเท่านั้น

    ขณะที่มิดฟิลด์ตัวเก่งอย่าง ปอล ป็อกบา ซึ่งเจ็บข้อเท้าก็ยังคงไม่สามารถช่วยทีมได้

    ทางด้าน เจสซี่ ลินการ์ด, ฟิล โจนส์, ดีโอโก้ ดาโลต์ และ เมสัน กรีนวู้ด ก็ล้วนมีปัญหาทั้งหมดไม่น่าจะลงได้เช่นกัน

    นอกจากนี้ อารอน วาน-บิสซาก้า, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ ลุค ชอว์ จะต้องทดสอบความฟิตทั้งหมดด้วย

    เจอร์เก้น คล็อปป์ พา ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รักษาสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ได้ 8 เกมมี 24 แต้มเต็มๆ นำโด่งเป็นจ่าฝูงในเวลานี้ โดยฟอร์มล่าสุดก่อนเกมทีมชาติก็คือการเปิดรังแอนฟิลด์ เอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ไป 2-1

    หงส์แดง มีลุ้นที่จะได้ อลีสซง เบ็คเกอร์ โกลมือ 1 กลับมาจากอาการเจ็บน่อง ทำให้หายหน้าหายตาไปราว 2 เดือน

    นอกจากนี้ยังมีข่าวดีเพิ่มเติมตรงที่ โฌแอล มาติป เซนเตอร์แบ็กตัวหลักที่พลาดการลงเล่นไป 2 เกม น่าจะฟิตทันสำหรับแมตช์นี้ด้วย

    โดยทีมยังต้องลุ้นอาการเจ็บเล็กน้อยของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ได้จากเกมชนะ เลสเตอร์ ด้วย แต่ดูแล้วคงไม่มีปัญหาอะไร

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แอชลี่ย์ ยัง – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – อันเดรียส เปเรยร่า, ฆวน มาต้า, แดเนียล เจมส์ – มาร์คัส แรชฟอร์ด
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

    ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

เกร็ดเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
– แมนฯ ยูไนเต็ดไร้พ่ายในเกมแดงเดือดตลอด 6 เกมเหย้าหลังสุด รวมถึง 5 นัดในลีก (ชนะ 3 เสมอ 2)
– ลิเวอร์พูลเคยทำสถิติไม่ชนะที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในลีกสูงสุด 10 นัดติดต่อกันระหว่างปี 1991-2000
– แมนฯ ยูไนเต็ดแพ้ลิเวอร์พูลหนเดียวจาก 10 เกมลีกหลังสุด คือออกไปพ่าย 1-3 ที่แอนฟิลด์ ธันวาคมปีที่แล้ว ก่อน โชเซ่ มูรินโญ่ ตกงานในอีก 2 วันให้หลัง
– 4 จาก 6 เกมลีกหลังสุดที่เจอกันลงเอยด้วยผลเสมอ (0-0 สามนัด) เท่ากับจาก 36 นัดก่อนหน้ารวมกัน
– เซร์คิโอ โรเมโร่ มีสถิติคลีนชีต 61% เป็นสถิติดีสุดในบรรดานายทวารที่เล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ดอย่างน้อย 10 นัด
– แมนฯ ยูไนเต็ดต้องการอีก 2 ประตู เพื่อเป็นทีมแรกที่ยิง 2,000 ลูกในพรีเมียร์ลีก
– แมนฯ ยูไนเต็ดไม่ยิงประตูมากกว่านัดละ 1 ลูกตลอด 10 เกมหลังรวมทุกรายการ เป็นสถิติแย่สุดตั้งแต่ปี 2007
– แมนฯ ยูไนเต็ดชนะแค่ 2 จาก 13 เกมลีกหลังสุด (เสมอ 5 แพ้ 6)
– แมนฯ ยูไนเต็ดเก็บแค่ 17 คะแนนจาก 16 เกมลีกตั้งแต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้สัญญาถาวร
– ถ้าแมนฯ ยูไนเต็ดไม่ชนะเกมนี้จะทำให้พวกเขาออกสตาร์ตแย่สุดตั้งแต่ยุค รอน แอตกินสัน ซีซั่น 1986-87 ก่อน อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ากุมบังเหียนแทน
– มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงประตูเฉลี่ยทุกๆ 208 นาทีเวลาเจอทีมท็อปซิกซ์ แต่เพิ่มเป็น 266 นาทีตอนเจอทีมที่เหลือ
– ลิเวอร์พูลขอชนะนัดนี้เพื่อทำสถิติชนะรวดพรีเมียร์ลีกดีสุดตลอดกาลเท่าแมนฯ ซิตี้ทำไว้ 18 นัดระหว่างสิงหาคม – ธันวาคม 2017
– ลิเวอร์พูลมีลุ้นเป็นทีมที่ 4 เท่านั้นที่ออกสตาร์ตด้วยการชนะรวดทั้ง 9 นัดแรกสุด และเป็นสถิติพรีเมียร์ลีกเทียบเท่าเชลซีทำไว้ปี 2005
– ทีมเดียวที่ชวดแชมป์หลังชนะรวด 9 เกมลีกแรกสุดคือแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งจบอันดับ 4 ทั้งที่ซิวชัย 10 นัดรวดซีซั่น 1985-86
– ลิเวอร์พูลชนะแค่ 2 จาก 13 เกมลีกหลังสุดที่ไปเยือนทีมท็อปซิกซ์ ทว่าล่าสุดเพิ่งบุกอัดเชลซี เดือนกันยายนที่ผ่านมา


ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน  

24/02/19    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด    0 – 0ลิเวอร์พูล
16/12/18    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล    3 – 1แมนฯ ยูไนเต็ด
29/07/18    ไอซีซี    แมนฯ ยูไนเต็ด    1 – 4ลิเวอร์พูล
10/03/18    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด    2 – 1ลิเวอร์พูล
14/10/17    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล    0 – 0แมนฯ ยูไนเต็ด
15/01/17    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด    1 – 1ลิเวอร์พูล


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ยูไนเต็ด

06/10/19    แพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
02/10/19    เสมอ อัลค์มาร์ 0-0 (เยือน) ยูโรปา ลีก
30/09/19    เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25/09/19    เสมอ รอชเดล 1-1 (ชนะจุดโทษ 5-3)
(เหย้า) ลีก คัพ
22/09/19    แพ้ เวสต์แฮม 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

vลิเวอร์พูล
05/10/19    ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
02/10/19    ชนะ ซัลซ์บวร์ก 4-3 (เหย้า) ชปล.
28/09/19    ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
25/09/19    ชนะ มิลตัน คีนส์ 2-0 (เยือน) ลีก คัพ
22/09/19    ชนะ เชลซี 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

post

คล็อปป์ชี้จุดเด่นแมนยู-นักเตะอันตรายต้องจับตา

Football-266

เจอร์เก้น คล็อปป์ อัพเดตความพร้อม ลิเวอร์พูล ก่อนไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมชี้จุดเด่นของ “ปีศาจแดง” และนักเตะที่ต้องจับตาเอาไว้ให้ดี

     เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความอันตรายในเรื่องความเร็วของนักเตะ โดยเฉพาะ แดเนียล เจมส์ ปีกทีมชาติเวลส์ ทำให้ “หงส์แดง” ไม่สามารถประมาทได้เลยในเกมแดงเดือด ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคมนี้

Football-267

    กุนซือชาวเยอรมัน เผยว่า “เขา (เจมส์) เป็นนักเตะที่ดีมาก อย่างไรก็ตาม ผมคาดว่า ทั้ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เจมส์ จะลงสนาม ความเร็วและคุณภาพของพวกเขาจะมีทั่วทั้งสนาม” 

Football-268

    พร้อมกันนี้ คล็อปป์ ยังเผยว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์ และ โฌแอล มาติป ปราการหลังจอมแกร่ง กลับมาฟิตสมบูรณ์แล้ว และทั้ง 3 คนมีโอกาสจะได้ลงเล่นในวันอาทิตย์นี้ 

    “อลีสซง, โฌแอล และ โม ดูดีขึ้น เราจะต้องรอดูกันต่อไป มันยังเหลือช่วงซ้อมอีก 2 เซสชั่น จากนั้นเราถึงค่อยตัดสินใจ มันยังไม่มีอะไรแน่นอน” นายใหญ่ “หงส์แดง” กล่าวในที่สุด

post

อย่างนี้นี่เอง!ฟาวเลอร์เผยสาเหตุที่คล็อปป์เลือกคุมลิเวอร์พูล

Football-254

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ระบุ สาเหตุสำคัญที่ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ มากุมบังเหียน ลิเวอร์พูล เป็นเพราะทีมให้ความสำคัญในเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอลมากเท่ากับเรื่องการเงิน พร้อมเผย ทักษะการจัดการกับคนคือสิ่งที่ คล็อปป์ เหนือกว่ากุนซือหลายคน

    ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ตำนานกองหน้าของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกว่าสาเหตุที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจมาเป็นผู้จัดการทีมของ “หงส์แดง” นั้น เป็นเพราะ ลิเวอร์พูล ให้ความสำคัญกับเรื่องประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ของสโมสรมากพอๆ กับเรื่องธุรกิจ ต่างกับหลายทีมที่สนใจแต่เรื่องเงินมากกว่าความเป็นสโมสรฟุตบอล

    คล็อปป์ ได้รับความสนใจจากหลายทีมทั่วทวีปยุโรปตั้งแต่ตอนที่อยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แล้ว จากการที่เขาสร้างทีมขึ้นมาสู้กับ บาเยิร์น มิวนิค ได้อย่างสูสี และพอเจ้าตัวแยกทางกับ “เสือเหลือง” หลังจบฤดูกาล 2014-15 เขาก็มีข่าวกับหลายต่อหลายทีม ก่อนจะเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้เขามากุมบังเหียนต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส หลังเริ่มซีซั่น 2015-16 ไปได้ไม่นาน

Football-255

    ฟาวเลอร์ กล่าวผ่านคอลัมน์ของตัวเองใน เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดีว่า “เมื่อราว 2 ปีก่อนผมได้โอกาสสัมภาษณ์เขา และเขาก็บอกผมว่าเขาปฏิเสธข้อเสนอจากทีมที่รวยมากๆ ไปถึง 2 ครั้งหลังจากที่แยกทางกับ ดอร์ทมุนด์ ไปแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่าหนึ่งในนั้นคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แน่ๆ ส่วนอีกทีมอาจจะเป็น เรอัล มาดริด ก็ได้มั้ง สาเหตุที่เขาปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้นไปน่ะเป็นยเพราะเขาเกลียดที่ทั้ง 2 ทีมนั้นหมกมุ่นอยู่กับอิทธิพลด้านธุรกิจนอกสนามเป็นหลัก”

    “เขาบอกว่าเขาชอบ ลิเวอร์พูล เพราะพวกเขาให้ความสำคัญระหว่างเรื่องจำนวนเงินที่ต้องใช้เพื่อที่จะขึ้นไปเป็นยอดทีม กับเรื่องประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ของสโมสร รวมถึงเอกลักษณ์ของแฟนบอลในระดับที่เท่าๆ กัน เขายังบอกด้วยว่าเขาเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถทำให้ แอนฟิลด์ กลับไปเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งได้ ต่อให้จะไม่ต้องมีนักเตะระดับโลกอยู่ในทีมมากมายก่ายกองก็ตาม เขาเชื่อมั่นว่าเขาสามารถทำให้ทีมกลับไปครองความยิ่งใหญ่ในแนวทางที่ต่างออกไปได้ (หมายถึงเชื่อว่าต่อให้ไม่มีแข้งซูเปอร์สตาร์เต็มทีม แต่ก็ยังสามารถทำให้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นยอดทีมได้) แน่นอนว่าเขายังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่เขาก็ทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล กลับมามีความเชื่อมั่น และกลับไปมีความภาคภูมิใจในตัวสโมสรด้วย ผมมองเห็นถึงเรื่องนั้นได้อย่างชัดเจน”

    อดีตดาวยิงคนดังเสริมว่าจุดที่ คล็อปป์ เหนือกว่ากุนซือหลายต่อหลายคน คือการที่เจ้าตัวมีทักษะการจัดการกับคนที่ยอดเยี่ยม “เขากำหนดแท็กติกทุกอย่าง รวมถึงเชี่ยวชาญทั้งเรื่องแผนการเล่น, วิทยาศาสตร์ และการวิเคราะห์ แต่สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นกว่าคนอื่นก็คือทักษะการจัดการกับคน ผมน่ะแวะไปที่สโมสรบ่อยๆ และผมก็เห็นเลยว่าทุกคนต่างก็รัก คล็อปป์ กันทั้งนั้น พวกเขา (นักเตะ ลิเวอร์พูล) เห็นถึงอารมณ์ร่วม, ความเชื่อมั่น รวมถึงความทุ่มเทของเขา ซึ่งพวกเขาก็อยากมีสิ่งแบบนั้นบ้าง และบรรดาแฟนบอลเองก็เห็นถึงเรื่องนั้น”

    “ผมอยากเชื่อว่าผมเองก็มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับแฟนบอลเหมือนกันในตอนที่ผมยังเล่นอยู่ที่นั่น ผมอยากเชื่อว่าพวกเขาเข้าใจว่ามันมีความหมายกับผมมากแค่ไหนที่ได้เล่นให้ทีมบ้านเกิดของผม และได้สวมเสื้อตัวนั้น ซึ่งความสัมพันธ์แบบนั้นมันมีความหมายมากๆ”

    “เกมสุดท้ายของผมกับ ลิเวอร์พูล ซึ่งก็คือเกมเจอกับ ชาร์ลตัน ที่สนาม แอนฟิลด์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2007 โดยที่ผมได้เป็นกัปตันทีมด้วยน่ะ คือหนแรกและหนเดียวจนถึงตอนนี้ที่ผมร้องไห้ในสนาม การต้องบอกลาความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับแฟนบอลมันถือว่าน่าเสียใจมากๆ ซึ่ง คล็อปป์ ก็มีสิ่งนั้นเหมือนกัน และมันก็ทำให้คนที่ผมรู้จัก และตัวผมเองเชื่อว่านี่เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ ลิเวอร์พูล เท่านั้น”

post

ใคร?อาร์โนลด์เผยมีตำนานลิเวอร์พูลเป็นแบบอย่าง

Football-252

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยอดแบ็กขวาของ ลิเวอร์พูล ระบุ นักเตะที่ตนใช้เป็นแบบอย่างก็คือ สตีเว่น เจอร์ราร์ด พร้อมเปิดใจ เป็นหนี้บุญคุณ เจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างมาก ที่ให้โอกาสตนได้พิสูจน์ตัวเองจนได้ดีมาถึงทุกวันนี้

    เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลาง “หงส์แดง” คือนักเตะที่เป็นแบบอย่างในการเล่นและการพัฒนาของตน

    ดาวเตะวัย 21 ปี ถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล โดยเขาได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ “หงส์แดง” เป็นครั้งแรกในปี 2016 และก็กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในตอนนี้ จนถึงขนาดได้รับการยกย่องจากบางฝ่ายว่าเป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในยุคปัจจุบัน

    หลังจากโดนถามว่าเขาเอาใครเป็นแบบอย่างนั้น อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็ตอบว่า “เจอร์ราร์ด ผมชื่นชอบทุกอย่างเกี่ยวกับเกมการเล่นของเขา ผมศึกษาการเล่นของเขาอยู่เสมอ และอยากเป็นแบบเขาให้ได้มาโดยตลอด ผมไม่เคยคิดว่า -ฉันอยากเปิดบอลให้ได้แบบนั้นจัง- หรอกนะ มันเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ มันอาจจะเป็นคุณสมบัติที่ดีที่สุดของผมเวลาบุกขึ้นหน้าก็ได้ ดังนั้นผมเลยพยายามที่จะใช้มันให้เต็มที่”

    “ผมจำได้ว่า เจอร์ราร์ด เป็นคนยิงลูกฟรีคิกให้ ลิเวอร์พูล อยู่เสมอ เขารับหน้าที่ในจังหวะแบบนั้นอยู่ตลอด ผมรู้สึกว่าถ้าใครมีความมั่นใจในการยิงลูกฟรีคิกหรือลูกเซตพีซ พวกเขาก็ควรจะทำหน้าที่นั้นไปเลย และผมก็มีความมั่นใจในการรับหน้าที่วางบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ”

    “ผมไม่เรื่องมากหรอกว่าต้องเล่นในตำแหน่งไหน ผมก็แค่อยากเล่นฟุตบอลเท่านั้น ถ้าเกิดผู้จัดการทีมตัดสินใจว่าเขาอยากให้ผมเป็นมิดฟิลด์, เซนเตอร์แบ็ก หรือกองหน้า ผมก็ยินดีที่จะเล่นในตำแหน่งเหล่านั้น อย่างเดียวที่จะทำให้ผมผิดหวังตอนที่เดินออกจากสนามก็คือการที่เราไม่ชนะ”

    “มันไม่สำคัญหรอกว่าผมจะทำแอสซิสต์ได้รึเปล่า สิ่งที่สำคัญที่สุด และเป้าหมายหลักของผมก็คือการช่วยให้ทีมชนะ ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม มันไม่สำคัญหรอกว่าผมจะได้แอสซิสต์, เก็บคลีนชีท, หรือทำประตูได้ ชัยชนะคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของผมคือเรื่องเกมรับ และผมก็อยากช่วยทีมรวมถึงสร้างโอกาสทำประตูให้ได้ แน่นอนว่าตำแหน่งของผมต่างออกไป (เมื่อเทียบกับ เจอร์ราร์ด) และผมก็เป็นนักเตะคนละแบบกับเขาด้วย”

    อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เสริมว่าตนเป็นหนี้บุญคุณ เจอร์เก้น คล็อปป์ สุดๆ ที่ให้โอกาสตนได้ลงเล่นบ่อยๆ ก่อนที่จะพัฒนาฝีเท้าได้เป็นอย่างดี “ผมเป็นหนี้บุญคุณเขาทุกอย่าง ถ้าไม่มีเขาแล้วล่ะก็ มันก็ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เขาเป็นคนที่ให้โอกาสผมมากที่สุด ผมได้โอกาสจากเขาเยอะสุดๆ จนถึงขนาดที่มากเกินกว่าที่ผมจะร้องขอได้ เขาให้ความเชื่อมั่นและความศรัทธาในตัวผมอย่างมาก ซึ่งผมก็พยายามที่จะตอบแทนเขาในทุกครั้งที่เขาให้ความเชื่อมั่นในตัวผม”