post

“เดมบา บา” อดีตหอกของทัพ “สิงห์บลู” ประกาศแขวนสตั๊ดแล้วในวัย 36 ปี

“เดมบา บา” อดีตดาวยิงชาวเซเนกัลที่เคยค้าแข้ง “เชลซี” ประกาศแขวนสตั๊ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยวัย 36 ปี แม้เพิ่งเซ็นสัญญากับทีมใหม่ได้ 3 เดือน

วันที่ 14 ก.ย. 64 เดมบา บา อดีตดาวยิงชาวเซเนกัลที่เคยค้าแข้งกับทีมดังอย่าง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศแขวนสตั๊ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยวัย 36 ปี แม้เพิ่งเซ็นสัญญากับ เอฟซี ลูกาโน ทีมในลีกสวิตเซอร์แลนด์ แบบไม่มีค่าตัว ด้วยสัญญา 1 ปี เมื่อเดือนมิถุนายน หรือราว 3 เดือนที่ผ่านมานี้เอง

เป็นที่เข้าใจกันว่า เดมบา บา กลายเป็นที่จดจำในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หลังจากที่ตัวเขาฉกบอลจาก สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันทีมระดับสัญลักษณ์ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เข้าไปยิงประตูให้ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี บุกมาเอาชนะถึงแอนฟิลด์ 2-0 เมื่อเดือนเมษายน ปี 2014

ซึ่งนี่เป็นความพ่ายแพ้ของเจ้าถิ่นที่ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงเข้าป้ายคว้าแชมป์ในที่สุด

สำหรับ เดมบา บา เคยผ่านการค้าแข้งมากับทีมดังๆ อย่าง ฮอฟเฟนไฮม์, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, เชลซี, เบซิคตัส, เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว, อิสตันบูล บาชัคเซเฮียร์ รวมถึงทีมล่าสุดอย่าง เอฟซี ลูกาโน ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้ายในอาชีพการค้าแข้งก่อนประกาศแขวนสตั๊ดในที่สุด

post

“ป๋าแลมพ์” ถึงกับเซ็ง หลัง “เชลซี” บุกไปแพ้ให้กับ “วูล์ฟแฮมป์ตัน”

Football-334

กุนซือของทีม “สิงห์บลู” ออกอาการส่ายหน้า และผิดหวังกับฟอร์มการเล่นของลูกทีมในเกมนัดล่าสุด ที่โดนวูล์ฟแฮมป์ตันแซงเอาชนะไปแบบสุดเจ็บแสบในช่วงท้ายเกม

ความเคลื่อนไหวหลังเกมพรีเมียร์ลีก 2020-21 เมื่อคืนวันอังคาร ซึ่ง เชลซี บุกไปพ่ายให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปแบบสุดช้ำ 1-2

โดยทีมเยือนได้ประตูออกนำไปก่อนจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ แต่เจ้าถิ่นจะมาทวงคืน 2 ประตูรวด จากผลงานของ ดาเนียล โพเดนซ์ และ เปโดร เนโต

หลังจบเกม แฟรงค์ แลมพาร์ด ออกมากล่าวว่า “ฟอร์มการเล่นจะเป็นตัวกำหนดผลงานแข่งขันของคุณ บางทีนักเตะอาจคิดว่าเราเล่นได้ดีแล้ว ซึ่งถ้าคุณคิดแบบนั้นเมื่อไหร่ มันก็จะเกิดขึ้นแบบนี้แหละ”

“บางทีนักเตะควรคิดถึงเกมนี้ ในระหว่างที่พวกเขากำลังพักผ่อน พวกเขาควรคิดถึงความพ่ายแพ้ ควรคิดถึงเกมกับเอฟเวอร์ตัน เพราะนี่คือพรีเมียร์ลีก ถ้าคุณไม่สามารถโชว์ฟอร์มให้ดี คุณก็จะเป็นผู้แพ้”

“ตอนนำอยู่ 1-0 เราควรจะปิดเกมได้แล้ว ถึงแม้เราจะทำได้ไม่ค่อยดีนัก แต่เมื่อทีมนำอยู่ก็ควรควบคุมเกมเอาไว้ให้ได้ และพยายามไม่ให้พวกเขาเล่นเกมโต้กลับเร็ว แต่เรากลับทำไม่ได้จนจบเกม”

ขณะที่ เอ็นโกโล ก็องเต กล่าวว่า “เรารู้สึกผิดหวังเสมอเมื่อเป็นฝ่ายแพ้ ในช่วงครึ่งแรกเราทำได้ไม่ดีเท่าไร แต่เมื่อได้ประตูขึ้นนำ เราก็ควรจัดการคู่แข่งให้ได้ เพื่อเป็นผู้ชนะในเกมนี้ แต่เรากลับโดนทีเด็ดจากลูกสวนกลับเร็ว และสิ่งที่เกิดขึ้นใน 2 นัดล่าสุด ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการเลยจริงๆ”

จากความพ่ายแพ้ในเกมนี้ทำให้ เชลซี รั้งอันดับ 5 ชั่วคราว มีอยู่ 22 คะแนนจาก 13 นัด ตามหลัง สเปอร์ส จ่าฝูงอยู่ 3 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 นัด